Afrikaans
Akan
Albanian
Amharic
Arabic
Armenian
Azerbaijani
Basque
Belarusian
Bemba
Bengali
Bihari
Bosnian
Breton
Bulgarian
Catalan
Cebuano
Cherokee
Chichewa
Chinese (Simplified)
Chinese (Traditional)
Corsican
Croatian
Czech
Danish
Dutch
English
Esperanto
Estonian
Ewe
Faroese
Filipino
Finnish
French
Frisian
Ga
Galician
Georgian
German
Greek
Guarani
Gujarati
Haitian Creole
Hausa
Hawaiian
Hebrew
Hindi
Hmong
Hungarian
Icelandic
Igbo
Indonesian
Interlingua
Irish
Italian
Japanese
Javanese
Kannada
Kazakh
Kinyarwanda
Kirundi
Kongo
Korean
Krio (Sierra Leone)
Kurdish
Kurdish (Soranî)
Kyrgyz
Laothian
Latin
Latvian
Lingala
Lithuanian
Lozi
Luganda
Luo
Luxembourgish
Macedonian
Malagasy
Malay
Malayalam
Maltese
Maori
Marathi
Mauritian Creole
Moldavian
Mongolian
Myanmar (Burmese)
Montenegrin
Nepali
Nigerian Pidgin
Northern Sotho
Norwegian
Norwegian (Nynorsk)
Occitan
Oriya
Oromo
Pashto
Persian
Polish
Portuguese (Brazil)
Portuguese (Portugal)
Punjabi
Quechua
Romanian
Romansh
Runyakitara
Russian
Samoan
Scots Gaelic
Serbian
Serbo-Croatian
Sesotho
Setswana
Seychellois Creole
Shona
Sindhi
Sinhalese
Slovak
Slovenian
Somali
Spanish
Spanish (Latin American)
Sundanese
Swahili
Swedish
Tajik
Tamil
Tatar
Telugu
Thai
Tigrinya
Tonga
Tshiluba
Tumbuka
Turkish
Turkmen
Twi
Uighur
Ukrainian
Urdu
Uzbek
Vietnamese
Welsh
Wolof
Xhosa
Yiddish
Yoruba
Zulu
อ
[เสียงหัวเราะ]
[เพลง]
[เพลง]
[เพลง]
เรื่องราวนี้เป็นเรื่องราวที่ผมได้ฟังมา
จากแม่มันเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับผีบ้าที่
เรียกกันว่าผีกะแม่ของผมเป็นคุนแม่สอดแต่
ท่านก็ไม่เคยพบพันกับเรื่องราวความน่า
กลัวของผีชนิดนี้เลยตอนท่านอยู่ที่บ้าน
แต่พอแต่งงานอยู่กินกับพ่อผมและย้ายมา
อยู่ที่อุตรดิต์ท่านก็ได้ทำความรู้จักกับ
ผีกะอย่างเป็นทาง
การเรื่องมันมีอยู่ว่าตอนนั้นแม่เพิ่ง
คลอดผมใหม่ๆหลังจากออกจากโรงพยาบาลท่าน
ทั้งสองก็พากันกลับมาอยู่ยังกระต๊อบที่
ปลูกกับหญ้าปลูกไว้ให้แบบลวกๆเนื่องจาก
ท่านทั้งสองไม่ค่อยพึงใจในตัวแม่ผมเท่า
ใดรนักมันเป็นกระต๊อบที่ฝ่าบ้านถูกตีแป
ด้วยเศษไม้ส่วนพื้นกระดันก็ได้ไม้สักไม่
กี่แผ่นที่ปู่เจียดมาให้
ชีวิตความเป็นอยู่ในตอนนั้นแม่บอกว่าค่อน
ข้างลำบากเลยล่ะครับเนื่องจากท่านพิ่ง
คลอดจึงยังทำงานอะไรไม่ได้มากนักรายจ่าย
ทุกอย่างจึงตกเป็นภาระของพ่อแต่เพียงผู้
เดียวส่วนทางยากของผมนั้นก็ค่อนข้างจะ
ตะหนี่เอามากๆขอบกินของใช้จากบ้านใหญ่ไม่
เคยกระเด็นมาถึงบ้านผมเลยสักอย่างฉะนั้น
แม้จะมีลูกอ่อนแต่แม่ผมก็ต้องกระเตงเด็ก
ตัวแดงๆออกไปหาซื้อของกินของใช้ด้วยตัว
เอง
ในซอยบ้านผมจะมีบ้านอยู่หลังหนึ่งมันปลูก
อยู่ในวงล้อมของรั้วชบาบ้านหลังนั้นค่อน
ข้างแปลกครับคนในครอบครัวจะเป็นผู้หญิง
ทั้งหมดบ้านหลังนั้นจะเป็นทางผ่านที่แม่
จะไปร้านค้าแล้วทุกครั้งท่านก็มักจะแวะ
พูดคุยกับคนบ้านนั้นเป็น
ประจำท่านค่อนข้างสนิทกับอาแป้มแกเป็น
หญิงไอายุไล่เรียกกับแม่ผมห่างกันไม่กี่
ปีทั้งสองจึงพูดคุยกันได้แทบทุกเรื่องและ
ทุกครั้งที่แม่ไปหาก็หอบหิ้วเอาผมไปด้วย
เพราะไม่มีคนดูให้จะไหว้วันให้ญาติพี่
น้องทางพ่อก็ไม่มีใครช่วย
เหลือเรื่องที่แม่มักจะแวะพูดคุยกับอา
แป้มนั้นทำให้ทั้งญาติและพี่ป้าน้าอาของ
ผมไม่ค่อยพอใจทุกคนต่างคนดาแม่ว่าทำอะไร
ไม่รู้จักเขตไปคุยกับคนบ้านนั้นได้ยังไง
นั่นน่ะผีกะทาง
บ้านแม่ผมก็เถียงสิครับบอกว่าไม่น่าจะใช่
เพราะดูแล้วคนบ้านนั้นก็ปกติดีทุกอย่าง
ไม่ได้น่ากลัวทำตัวลึกลับอะไรเลยแถมคนแก่
ผู้เป็นแม่อาแป้มก็ดูจะรักไข้เอ็นดูผมมาก
มากกว่ายายแท้ๆของผมเสียด้วย
ซ้ำพอเป็นแบบนี้ก็เป็นเรื่องสิครับย่าของ
ผมแกของขึ้นด่าว่าแม่เป็นวรรคเป็นเวรบอก
ว่าเป็นลูกสะใภ้ที่ไม่ได้เรื่องเถียงแม่
ผัวไม่มีความเกรงใจพ่อแม่ไม่สั่งสอนบ้าง
หรือแน่นอนครับเพราะคนเราถูกด่าบว่าลาม
ถึงบุพการีย่อมต้องโกรธเป็นธรรมดาแม่ผม
ท่านจึงสะบัดป๊อบเดินจากมาแล้วเรื่องอากั
กริยานั้นก็เข้าถึงหูพ่อผมจนได้คืนนั้น
ประมาณ 20:00 นพ่อที่เพิ่งกลับมาจากทำงาน
เหนื่อยๆพอได้รับรู้ว่าเมียวรักทำกิริยา
แบบนั้นใส่แม่บังเกิดเก่าก็โมโหท่านเข้า
บ้านมาก็ด่าแม่ผมอีกเป็ดโฉดตัวแม่ผมก็ไม่
ยอมคนจนมีการโต้เถียงจากนั้นก็ต่างคนต่าง
แยกย้ายแต่คนเราเมื่อเป็นผัวเมียกันแล้ว
และยิ่งมีลูกน้อยเป็นดังโซ่ท้องค้องใจต่อ
ให้ทะเลาะกันแค่ไหนก็ปับความเข้าใจกันใด
พอท่านทั้งสองสงบเตี่ยอุดมให้เย็นลงก็พา
กันนั่งกินเข้าตามประสาผัวเมียคู่ถูกคู่
ยากแล้วมันเรื่องอะไรกันถึงได้ทะเลาะกับ
แม่พ่อผมถามแล้วยังไม่ทราบต้นสายปาเหตุ
ที่แน่ชาดแม่ที่กำลังเคี้ยวข้าวตุยๆก็ตอบ
ไปว่าสาเหตุเพราะแม่ชอบไปคุยกับคนบ้านอา
แปมย่าเลยไม่พอใจพอได้ยินแบบนั้นพ่อผมถึง
กับหน้าถอดสีท่านบอกว่าที่ย่าด่าน่ะถูก
แล้วคนบ้านนั้นไม่ใช่คนปกติทั่วไปแม่ผมพอ
ได้ยินคนนั้นคนนี้พูดกันหนาหูก็เริ่มไขว้
เขวแถมครั้งนี้คนพูดยังเป็นพ่อของลูกอีก
ที่ว่าอาแป้งเป็นผีกะน่ะจริงเหรอพี่ท่าน
กระซิบถามพ่อผมรีบเอามือปิดปากท่านทันที
แล้วผงออกมาดังพอสมควรเออบ้านนั้นเป็นผี
กัดทั้งบ้านมีผัวกี่คนกี่คนก็ตายหมดคนเขา
ลือว่ามันกินผัวตัว
เองแม่ก็น่าเหวอไปเลยถามว่าทำไมถึงได้พูด
เสียงดังแบบนี้แต่พอรู้เหตุผลท่านก็ถึง
บางอ้อถ้ารู้ว่าใครเป็นผีกะน่ะจะพูดถึงก็
ออกเสียงดังๆไปเลยอย่ากระซิบเพราะถ้าเรา
พูดถึงแบบกล้าๆกลัวๆผีกะมันจะมาเล่นงาน
เอาคนเฒ่าคนแก่เขาบอก
มาคืนนั้นแม่ผมนอนหลับๆตื่นๆท่านบอกว่า
กำลังจะเคิมทิวไรจะรู้สึกเหมือนมีใครมา
สะกิดเรียกตลอดมีช่วงหนึ่งที่ท่านลุกไป
เข้าห้องน้ำซึ่งเป็นของบ้านญ้ามันจะปลูก
อยู่หักจากบ้านผมเกือบ 100 เมตรตลอดเวลา
ที่เดินไปท่านจะรู้สึกเหมือนมีใครเดินตาม
พอหันไปดูก็มีแต่ความ
มืดยิ่งตอนเข้าห้องน้ำยิ่งขวัญผวาด้วยว่า
ห้องน้ำสมัยก่อนไม่ใช่การเกาะอีดบล็อก
เป็นผนังเหมือนทุกวันนี้ทั้งหลังคาและฝา
ทั้ง 4 ดันนล้วนเป็น
ศักสีขณะที่แม่กำลังทำธุระท่านบอกว่ามีคน
เดินเอามือมาลูบสังกสีรอบห้องน้ำเลยเดิน
ลูบอยู่แบบนั้นท่านก็กลัวจนตัวสั่นแม้จะ
เสียธุระแล้วก็ยังไม่กล้าออกไปนั่งร้อง
ไห้อยู่ในนั้นจนกระทั่งมีเสียงเอะอะดัง
ขึ้นอีแป้มมึงมาทำ
อะไรเสียงพ่อผมตะโกนโบกเวกดังรันเอมาด้วย
เสียงหัวเราะเย็นๆและเสียงคนวิ่งแสกสาก
ลุยป่าข้างห้องน้ำไปสักพักพ่อผมก็มาขอ
เรียกถามว่าเป็นอะไรไหแม่จึงได้กล้าเปิด
ประตูออกไปหาพอเจอหน้าผัวก็รองไห้ตาล่ม
ลักบอกปากคอ
สั่นคืนนั้นไม่เป็นอันหลับอันนอนกันเลย
ร่ะครับพ่อผมหอบเมียเต่งลูกไปนอนบ้านจ้า
แรกทีเดียวปู่กับจ้าก็ไม่พอใจหรอกครับแต่
พอเจอวาจาศิษ์พ่อผมเข้าไปก็เลยต้อง
เงียบถ้ามันมีปัญหานักกูจะหอบลูกหอบเมีย
ไปอยู่ที่อื่นซะพี่นาที่ไร่ก็ปล่อยให้พี่
น้องคนอื่นทำไปดูซิไม่มีกูจะมีข้าวปลาไว้
แดกกันมแม้พ่อผมจะเป็นลูกคนที่ 6 ในบรรดา
ลูก 11 คนแต่ด้วยความที่ท่านเป็นคนพูด
จริงทำจริงพูดน้อยต่อยหนักทั้งพี่น้องพ่อ
แม่จึงล้วนเกรงใจพ่อผมทุกคนท่านยังบอกอีก
ว่าจะปล่อยให้ลูกเมียนอนบ้านนั้นได้ยังไง
พระเพออะไรก็ไม่มีเมื่อครู่เป็นเพราะท่าน
เอใจว่าทำไมแม่หายไปนานจึงออกไปตามภาพที่
เห็นคืออาแป้มกำลังกบกเงเงยจดๆจ้องๆอยู่
ตรงประตูห้องน้ำทำท่าจะงัดเข้าไปให้ได้
ท่านจึงตะโกนใส่อาแป้มก็กระโดดเข้าเ่ารก
ข้างห้องน้ำหาย
ไปพรุ่งนี้พี่จะไปถามมันให้รู้เรื่องต่าง
คนต่างอยู่ไม่ได้ก็ไม่ต้องอยู่พ่อผมพูด
ออกมาเสียงดังแล้วรุ่งเช้าก็เป็นไปตาม
นั้นครับฟ้ายังไม่ทันสังพ่อผมก็ไปบุกบ้าน
อาแปมพร้อมกับปู่และแม่พอไปถึงก็ตะโกน
เรียกเสียงดังแต่ไม่มีใครออกมาเลยเพทาง
บ้านเงียบกรีบเมืดเมดเหมือนบ้านล้างแตก
ต่างจากบ้านโดยรอบที่เขาลูกติดเตาหงเข้า
ตั้งแต่เช้ามืดถ้ามึงยังมายุ่งกับลูกกับ
เมียกูอีกกูจะเผามึงให้
วอดพ่อผมตวาดส่งท้ายก่อนกลับออกมาตอนสาย
ก่อนที่ท่านจะไปทำงานยังไม่ไวกำชับทุกคน
เสียงหนักแน่นบอกให้ปู่ขับยาดูแลแม่กับผม
ให้ดีลูกสะใภ้กับลาในไซ้อย่าใจจืดใจดำนัก
ส่วนแม่ผมพ่อก็บอกว่าไม่ต้องไปไหนอีกถ้า
ไม่จำเป็นก็ไม่ต้องไปพบปากพูดคุยกับคน
บ้านนั้นจากนั้นท่านก็ออกไปทำงาน
ตกเย็นพ่อก็กลับมาวันนี้ท่านกลับเร็วกว่า
ทุกวันพอมาถึงก็จัดแจงอาบน้ำอาบทาพาลูก
เมียมานอนบ้านญ่าอีกทุกอย่างก็ผ่านไปด้วย
ดีจนกระทั่งตก
ดึกคืนนั้นขณะที่แม่กำลังหลับอยู่จู่ๆก็
ต้องสะดุ้งเพราะมีเสียงคนมาเรียกท่านจำ
ได้ว่าเป็นเสียงอาแป้มเสียงมันดังมาจาก
หน้าบ้านเดี๋ยวมองไปทางผัวรักก็นอนกน
เสียงดังไม่รับรู้ใเลย
แดงพี่แดงออกมาคุยกับฉันหน่อยสิฉัน
เหงาท่านบอกว่าไม่ได้สะรึมสะลือแต่อย่าง
ใดท่านตื่นเต็มตาเลยล่ะครับตอนนั้นเสียง
เรียกย็นจะเยือกยานคังท่ามกลางราตีแบบ
นั้นใครจะกล้าออกไปพี่แดงเอาไอ้หนูมาให้
ฉันอุ้มหน่อยฉันคิดถึงมันพี่แดงออกมา
หน่อย
เจตนาอารมที่ถูกสื่อให้รับรู้อย่างเด่น
ชัดนั้นทำมาแม่ผมผวาท่านรีบคว้าเอาผมมา
กอดไว้แนบอกทางกระเถิบเข้าไปหาผัวรักทัน
ทีเสียงเรียกนั้นเงียบหายไปแล้วแต่เสียง
ที่มาแทนทีนี่น่าขนลุกยิ่งกว่าเรือนทั้ง
เรือนที่ทำจากไม้สักสั่นไปยวบยาบเหมือนมี
คนมาจับเขย่าไก่ที่เลี้ยงไว้ใต้ถุนพากัน
ขันกระโต๊กกระตาเสียงดังระงมไอ้เขียวห
เฝ้าบ้านเากันโชกแล้วก็พบพบเจอคู่บุหรี่
ู่เดียวก็คาหงกๆแล้วเปลี่ยนเป็นหอนเยือก
เย็นหน้าแปลกที่ไม่มีใครตื่นทุกคนพากัน
หลับสนิทไม่รู้สึกรู้สาใดๆทั้งสิ้นด้วย
ว่าบ้านใหญ่นั้นเป็นเรือนไม้ใต้ถุนสูง
ท่านได้ยินเสียงคนเดินวนเวียนไปมาอยู่
ข้างล่าคนสมัยก่อนจะใส่รองเท้าแต่หู
เครียบเวลาเดินพื้นจะดีส้นเท้าดังปอแปะ
เสียงนั้นเดินวนไปวนมาเกือบชั่วโมงเรากับ
กำลังมองหาสิ่งใดหรือใครอยู่แต่แล้วความ
หวาดฝันอีกครั้งก็เกิดขึ้นจากเื้อมือของ
ลูกน้อยซึ่งก็คือ
ผมเด็กทารกมักจะฉีเวลาดึกอันนี้เราน่าจะ
รู้กันผมซึ่งอยู่ในอ้อมกอดแม่เกิดฉีดใส่
พ่ออ้อมจนเปียกอรามความกลัวทำให้แม่ไม่
ทันได้สังเกตว่าพ่ออ้อมลูกและพ่อถุงตนเอง
นั้นเปียกแฉไปหมดแล้วแน่นอนครับเด็กพอก้น
เปียกก็ไม่สบายตัวผมร้องไห้เจ้าด้วยความ
รำคาญ
ใจแม่ผมท่านผวาเฮือกได้สติรีบกุลีกุจอ
เปลี่ยนพ่ออ้อมให้ลูกน้อยเพื่อให้ลูกหลับ
สบายกลัวว่าเถ้าร้องไห้กับจองอแงสิ่งที่
เดินอยู่ด้านล่างจะได้ยินเสียงพอผมเงียบ
เสียงเดินข้างล่างก็เงียบต่างไปด้วยท่าน
จึงค่อยๆก้มมองผ่านรอยแยกของไม้กระดันภาพ
ที่เห็นทำว่าท่านแทบลมจับครอบควาแป้มทุก
คนยืนมองมาทีแม่แต่ลคนสย่ยิ้มยิงฟันหน้า
ขนลุก
เจอแล้วอาแป้มพูดออกมาก่อนที่จะกระโดดกอ
พื้นกระดันแล้วเอาลิ้นมาเรียของเสียที่
เปียกแฉกหยดผ่านรองแรงกระแทกนั้นทำมาไม้
แป้นถึงกับสะเทือนพอผวาตื่นขึ้นหน้าตา
เหรอ
ราพอเห็นแม่นั่งพระเพียบตัวสั่นเอาหน้า
แนบกระดานก็แปลกใจมาถึงบางอ้อเอาตอนที่
ได้ยินเสียงแผบๆที่ดังฟังถนัดชัดเจนมาจาก
ข้างใต้ท่านสบดออกมาแล้วลุกไปที่หิ้งพระ
ว่าวเอาหางปากกระเบนยาวกับครึ่งเมตรที่
ได้มาตอนไปทำงานปากไต้เสร็จแล้วก็พวดพลาด
เปิดประตูวิ่งลงเรือนไปปากก็ก่นด่าพร้อม
กับหวดลมหวดอากาศด้วยท่าที
โมโหเสียงเอะอะโวยวายนั้นบกคนในบ้านให้
ตื่นกันหมดปูรีบลงไปดูข้างล่างว่าเกิด
อะไรขึ้นเสียงไต่ถามตะโกนตอบดังเร่งลงไป
หมดบ้านอีแป้มมันจะมากินไอ้น้อยพ่อตะโกน
บอกปู่ไอ้น้อยคือคำที่ใช้เรียกลูกชายของ
คนแถวนั้นความหมายก็ประมาณว่าตาหนูอะไร
แบบนี้ล่ะครับครู่ใหญ่พ่อก็กลับขึ้นมาถาม
แม่ว่าเป็นอะไรมลูกเป็นอะไรหรือ
เปล่าเหตุการณ์น้าหวาดผวาเกิดขึ้นแบบกทา
หันเมื่อครูทำให้แม่ยังมึนงงอยู่แต่พอพ่อ
ตาคอกถามจึงได้สติท่านหลองใครเล่าเหตุ
การณ์ให้ฟังตั้งแต่ต้นเอาไว้ไม่ได้แล้ว
พ่อสบดอย่าหัวเสียล่วงฉาวท่านก็หายออกจาก
บ้านไปตั้งแต่ชาวมืดกลับเข้ามาก็ตตอน
เทียงๆท่านมาพร้อมกับพระสงฆ์ที่ท่านนับ
ถือหลวงพ่อรูปนั้นทำพิธีผูกข้อต่อแขน
เรียกขวัญให้ผมกับแม่จากนั้นก็เอาได้ดสาย
สินล้อมบ้านไว้แล้วพากันไปที่บ้านอาแป้ม
ต่อไปนี้เป็นสิ่งที่พ่อเล่าให้แม่ฟังนะ
ครับเพะท่านถูกห้ามไม่ให้ตามไป
ด้วยพอไปถึงพ่อก็ตะโกนดาเหมือนเคยแล้ว
บ้านทางบ้านก็เงียบสนิทครั้งนี้พ่อแจอม
จึงบุกเข้าบ้านไปสักพักก็กลับออกมาข้าง
นอกอาเจียนเสียยกใหญ่พอคนอื่นที่ตามไป
ด้วยเข้าไปดูก็ต้องร้องฮือฮากันในบ้านพบ
ร่างของอาแปมและพี่สาวของแกนอนเสียชีวิต
อยู่กลาง
บ้านเนื้อตัวเตรียมไปด้วยบาดแผลเหมือนถูก
เคี่ยนถูกบัวอย่างหนักเส้นผมบนหัวจับกัน
เป็นกอนมีลักษณะคล้ายหงอนไก่ทั้งคู่และ
ที่สำคัญร่างกายนั้นดำคำเหมือนคนออกแดดมา
ทั้งวันผิวหนังกระดำกระด่างน่าเกลียดน่า
กลัวกลิ่นสาบสางุงเต็มบ้านไปหมดแต่พะ
เพียง 2 ศพเท่านั้นแม่ของอาแปมและน้องสาว
อีก 2 คนหายตัวไปพ่อบอกว่าคงพากันหนีไป
แล้วแม่ถามพ่อภายหลังว่าคืนนั้นพ่อเอาหาง
ปลากระเบียนตีเอาไรท่านตอบว่าตีอแป้มพอแก
วิ่งลงไปอาแป้มก็กระโดดเข้าใส่เลยท่านเลย
หวดสวนออกไปพออาแป้มโดนก็มีอีก 2-3 คน
พุ่งเข้าหาท่านก็หลับหูหลับตามหวดไม่หยัง
หวดไปก็ด่าก็แช่งไปบางครั้งก็รู้สึก
เหมือนจะฟาดโดนอะไรเข้าบางครั้งก็เหมือน
ฟาดลมฟาดแหลงแล้วพี่ไม่กลัวหรือของแบบนี้
ใครบ้างไม่กลัวเราต้องข่มใจไว้อย่าไปแสดง
ให้มันเห็นผีกะพวกนี้มันกลัวคนกล้าถ้าเรา
อ่อนแอมันยังได้
ใจนั่นคือเรื่องราวที่แม่ผมได้พบเจอมา
ท่านบอกว่าตั้งแต่เกิดมาจนมีลูกได้ยินได้
ฟังมาก็ไม่ใช่น้อยๆสำหรับเรื่องผีกากแต่
ก็เพิ่งจะได้เห็นโดนเอากับตัวก็ครั้งนี้
นึกถึงเมื่อไหร่ก็ยังขนลุกขนพองไม่หายเลย
ล่ะครับส่วนเรื่องราวของบ้านอาแป้มก็คง
ยังเป็นที่พูดถึงอยู่ช่วงระยะเวลาหนึ่ง
ไม่นานก็เงียบหายไปมีบางครั้งที่มักถูก
หยิบยกมาสนทนากันในวงสุราแต่บ้านหลังนั้น
ก็ถูกปล่อยทิ้งหล้าจนผูพังไร้คนดูแลจน
กระทั่งวัน
นี้เรื่องเท่านี้ครับเรื่องราวก็มีเท่า
นี้ครับครอบครัวผีขอครับคุณ
[ปรบมือ]
[เพลง]
ครับเรื่องที่ถูกเล่าเพราะการสนทนาถึง
น้องผู้ชายคนหนึ่งที่จมน้ำที่เขื่อนใน
จังหวัดกาญจนบุรีแล้วตอนนี้ยังหาไม่เจอ
น้องชายที่ทำงานกับผมเลยบอกว่าเถ้าเรื่อง
ผีที่การต้องให้น้องกวาน้องสาวผมมันเล่า
เมื่อ 5 ปีก่อนไปเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนโดน
ผีหลอกคำจะตามกลับมาด้วยนะซึ่งน้องกวัง
น้องสาวมันสักพักมาพร้อมแฟนหนุ่มเลยได้
เล่าเรื่องให้ผมฟัง
ว่าเมื่อ 5 ปีที่แล้วพ.ศ 2560 เธออยากไป
เที่ยวหลังจากที่ทำงานมาแล้วทั้งปีปกติ
หน้าหนาวแบบนี้กวางกับต้อมแฟนหนุ่มมักจะ
ไปรับลมหนาวบนดอยหรือโฮมสเตย์ทางภาคเหนือ
แต่ปีนี้มีกลุ่มเพื่อนที่อยากไปด้วยคือ
เตียนาแฟนเดียออยเพื่อนสาวในร่างชายทั้ง
หมด 5 คนตกลงกันโดยจุดมุ่งหมายที่จะไปคือ
การ
ชนบุรีเย็นวันศุกร์หลังจากที่ทุกคนเลิก
งานก็มารวมตัวกันที่บ้านกวางไปรถปิกอัพ
คันเดียวโดยต้อมกับนัตกลงกันว่าจะสลับกัน
ขับเพื่อำกัดการเชียและอาจจะหลับใน
ได้รถขับผ่านทางต่างๆด้วยอารมณ์ที่ฉุดชิล
พากันไปซื้อเครื่องดื่มมาไว้บนรถหันไป
เกือบถึง 22:00 นก็มาถึงแพที่โทรมาจองไว้
กวางบอกบรรยากาศมันเงียบมากเลยนะพี่ต้น
ไม้ริมฝั่งแม่น้ำมันดูดำถมึนเสียงน้ำไหล
เย็นจะเยือกลุงกับป้าที่ดูแลแพบอกว่าคืน 2
คืนนี้ก็เต็มที่ได้เลยแต่อย่าพูดจาหยาบ
ใครอย่าลงเล่นน้ำและถ้าเห็นอะไรแปลกๆอย่า
ทักเด็ด
ขาดทั้ง 5 คนหันมามองหน้ากันแล้วต้อมก็
ถามป้าว่าตอนนี้มีคนมาพักที่แพขี่ห้อง
ครับป้า้ายิ้มแล้วบอกไม่ใช่เทศกาลอะไรมี
แค่ขุมพวกหนูเท่านั้นล่ะลืมบอกไปเตาปิ้ง
ย่างชได้ฟืนก็อยู่ในตู้แล้วที่สั่งอาหาร
ทะแลลุงใส่ไว้ในกล่องโฟมแล้วนะหลาน
ๆพอทั้ง 2 กลับไปทุกคนเดินถือกระเป๋าเข้า
มาแพ้นี้มีห้องทั้งหมด 6 ห้องแต่คืนนี้จะ
แยกกันนอน 3 ห้องแน่นอนออยนอนคน
เดียวหลังจากเก็บสัมภาระเรียบร้อยเี่ยน
เสื้อผ้าทุกคนก็ออกมาที่ลานแพมีเต่าปิง
ยังที่นัดก่อไฟไว้แล้วต้อมจัดแจงเอากุ้ง
หอยปูปลามาทำเตรียมยังส่วน 2 สาวก็จัดจาน
แล้วไปเอาเครื่องดื่มเหลือเพียงออยที่ถูก
ตอมวานให้ไปเอากีต้าในห้องมาแถมานั่งรอ
ริมแพเอาขายืดลงไปในน้ำควางมานั่งค้างๆ
มองดูวิวพ้าจันทร์กลมโตแสงกระทบผิวแม่น้ำ
ลมพัดผันเย็นๆอยู่ๆออยก็กรีดร้องแล้วชัก
ขาขึ้นมาบนน้ำอย่างรวดเร็วกวางกับเดียว
รีบเดินมาดูแล้วออยกระซิบบอกเธอทั้ง 2 คน
ว่ามีมือคนมาจับข้อเท้า 2 ข้างเหมือนจะ
ดึงลงไปกวางได้แต่ปลอบใจว่าคงคิดมากไปเอง
ใต้น้ำน่าจะมีกิ่งไม้หรือญาติเท่านั้นขณะ
ที่พูดแล้วมองที่หน้าของเดียสายตาของเธอ
มองไปที่กลางแม่น้ำนั้นพอมองตามไปคือ
ศีรษะของผู้หญิงโมาครึงหน้าตาสีเขาค่อยๆ
แย่ยิ้มให้พวกเธอแต่แล้วหนุ่มๆมาสะเก็ด
พวกเธอตกใจกระโดดกอดเขามองดูอีกทีคราวนี้
ไม่เจอ
แล้วสาวๆไม่กล้าเล่าเรื่องเจอสาวปริศนา
กลางแม่น้ำให้เขาฟังแต่พากันมานั่งดื่มทำ
กิจกรรมกันด้วยความที่ลุงกับป้าบอกว่ามี
เพียงกลุ่มของพวกเธอจึงเสียงดังกันได้
เต็มที่ราวง30ขณะกำลังเล่นกีตาร์ร้องเพลง
อยู่นั้นมีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา
ว่าดึกแล้วเงียบหน่อย
สิทุกคนหยุดหันมองกันต้นเสียงไม่เจอไม่มี
แต่ต้อมที่ดูเหมือนไม่กลัวอะไรตะโกนออกไป
ว่าใครวะกูจ่ายเงินมาพักแล้วมีอะไรมยกวาง
ถอดสีหน้ารีบเอามือปิดปากและตีแขนแฟน
หนุ่มเตือนว่าทำไมไปพูดแบบนั้นต้อมบอกกัว
ไรก็พวกเรามาพักผ่อนกันแล้วก็ไม่เห็นมี
บ้านใครอยู่แถวนี้ด้วยนัทบอกว่านี่ก็ดึก
แล้ว้าขวัญกันเถอะแล้วอยู่ๆตั้มเดินไปที่
อิมแพเดี๋ยวกับออยถามว่าจะทำอะไรเขาหันมา
บอกว่าถ้าขี้เกียจเดินไปเข้าห้องน้ำ
เยี่ยวลงแม่น้ำเป็นไร
ยสิ้นคำพูดต้อมหงายหลังลวงน้ำทันทีทุกคน
ตกใจมากแต่นัดรีบวิ่งแล้วกระโจนลงไป
ประมาณ 3 นาทีหนุมทั้ง 2 คนผุดขึ้นมาต้อม
ในสภาพอ่อนแรงมากมีนัดประคองอยู่เอาขึ้น
มาที่แผลได้อ้อยหันไปถามกวางกับเทียว่า
เห็นเหมือนกันยเพราะสิ่งที่เห็นตอนต้อม
หันมาพูดคือมีแขนสีขาวซีด2องคางเล็บจาวมา
คว้าข้อเท้าของเขาแล้วกระชากลงน้ำไปหวัง
ว่าคืนนี้คงผ่านพ้นไปโดยไม่เกิดอะไดขึ้น
หนาหลังจากเข้าห้องพักไปไม่ถึงชั่วโมงได้
ยินเสียงโวยวายมาจากห้องของตอมทุกคนตื่น
แล้วรีบมาดูกวางกำลังคาอยู่บนเตียงแล้ว
เลือกตาตากก็อ้าแลบเหล็นใส่หัวไปมาถาม
ต้อมว่าเธอเป็นอะไรเขาบอกไม่รู้เดินไปดู
โทรศัพท์เห็นหลับอยู่หันหลังมามองก็เป็น
แบบนี้
แล้วเดี๋ยวกับออยกลัวมากกวางชี้หน้าต้อม
แล้วบอกว่ามึงทำอะไรกูไว้ถ้าภายในพรุ่ง
นี้ไม่ไปขอโทษกูจะเอาอีนี่ไปอยู่กับ
กูแล้วจู่ๆกวางก็เอามือมาบิดคอตัวเองจนตา
ถลนลิ้นจุกปากนัดรีบบอกให้ต้อมจับตัวกวาง
ไว้เขาล้วงเอาสร้อยพ้าที่อยู่ในคอใส่ให้
กวางเธอขีดร้องเสียงดังแล้วสลบไปทีนี้
ทั้งคืนไม่มีใครกล้านอนอีกเลยต้อมมองดู
สร้อยที่หนาดเอามาใส่ให้กวางเป็นรูปหลวง
ปู่ที่นั่งชันเข่าแต่แต่งตัวไม่เหมือนกับ
พระเลยจะว่าหลวงพ่อคุณก็ไม่ใช่ถามนัดก็
บอกแค่ว่าท่านคือเทวดาเล่น
ดินจนถึงฟ้าสางลุงกับป้าก็เข้ามาพร้อมกับ
ข้าวต้มปลาท่องโก่ร้อนๆมาให้พวกเขาถามว่า
นอนสบายดีมั้ยหลานๆแต่ดูอาการทุกคนแล้ว
เหมือนยังไม่ได้นอนแกเลยถามว่ามีรหรือ
เปล่าต้อมเลยเล่าเหตุการณ์เมื่อคืนให้แก
ฟังลุงบอกปกติที่นี่ไม่ค่อยมีคนเจอนะถ้า
ไม่ไปท้าทายหรือหยาบคายอะไรแล้วแกก็พาทุก
คนเดินไปบนฝั่งเดินไปประมาณ 5 เมตรหลัง
ต้นไม้ใหญ่ขนาด 3 คนโอบมีสาดไม้เพียงตา
เล็กๆในนั้นมีรูปปั้นตากับยายอยู่ป้าบอก
ตายายดูแลที่นี่อยู่ปกติแล้วถ้าดื่มกิน
เรียบร้อยก็ไม่มีอะไรนะทุกคนหัดมองหน้า
กันงั้นเสียงที่พูดว่าอย่าเสียงดังคือ
เสียงคุณตาคุณยายสิแล้วผีผู้หญิงที่เล่า
มาคิดดูดีๆไปทำอะไรมาเดี๋ยวกับออยหันไป
เห็นว่าต้อมหลบตามองพื้นเหมือนนึกอะไรบาง
อย่างแต่ก็ยังเก็บความสงสัย
ไว้ทั้งหมดตกลงว่าจะไม่ค้างที่นี่แล้วไป
นอนที่อื่นโรงแรมก็
ได้ต้องขับรถออกมาในตอนนั่งรถเียถามเขา
ว่าเมื่อคืนตอนตกน้ำเธอเห็นเหมือนมีคนดึง
ขาเขาลงไปรู้สึกยต้อมหันมาวองกระจกหลัง
แล้วบอกมันเย็นแป๊บตรงข้อเท้าเหมือนกันที
นี้นัดพูดบอกว่าตอนโดดลงไปในน้ำมองเห็น
ร่าง 2 ร่างนะแต่วร่างหนึ่งมันเหยียบอก
ร่างหนึ่งไว้พอสายตาปรับได้ร่างที่โดน
เหยียบอกคือต้อมแล้วที่เหยียบคล้าผู้หญิง
ผมยาวพอเขาจะไหว้ไปช่วยผู้หญิงนั้นชี้
หน้ามาทางเขาว่าอย่า
ยุ่งด้วยความที่เขาเคยดูเคยอ่านเรื่องพยา
นาคและมีความศรัทธาอยู่แล้วทีนี้มีพ่อปู่
พญานาคหนินกันขอบรมีท่านช่วยด้วยเถิดพริบ
ตาเดีียวนัดเห็นเหมือนมีตัวอะไรบางอย่าง
พุ่งมาชนผู้หญิงนั้นจนกระเด็นไปไกลเขาเลย
รีบไปช่วยต้อมขึ้นมาได้นั่น
เองกำลังคุยกันอยู่อยู่ๆต้อมก็จอดรถแล้ว
เปิดประตูบอกทุกคนให้รอก่อนแน่นอนทุกคน
อยากรู้เลยตามไปด้วยทั้งหมดข้ามถนนไปอีก
ฝั่งจำได้ว่าตรงนี้คือที่ที่เขากับต้อม
จอดลงไปปัสสาวะเมื่อวานต้อมเดินลงไปหลัง
ต้นไม้มีธูปปักไว้มีสารที่เหมือนบ้านของ
เล่นตั้งอยู่มีกระทงเหี่ยวๆไม่มีอาหารหลง
เหลืออยู่แต่กระทงหนึ่งแบมีน้ำปลิ่มเกือบ
เต็มนัทบอกสงสัยฝนคงตกน้ำเต็มกระทงเลยหัด
ไปมองสาวๆเดินแกมวิ่งไปขึ้นรถเลยพ่อต้อม
พูดมาว่าไม่ใช่ฝนนี่ฉี่กูเองเมื่อวานเดิน
ลงมาเห็นศาล
แล้วเห็นกระทงเลยฉี่ใส่แล้วพูดว่าหิวน้ำ
ไหมกินได้เลยนะนัดมันก็ร้องเฮ้ยทำแบบนั้น
ทำไมอยู่ๆมีเสียงผู้หญิงพูดเหมือนอยู่
กลางหลังเขาทั้ง 2 คนว่ามึงก็จำได้
นี่นัดขนลุกทั้งตัวบอกจะให้ทำยังไงตมยก
มือไหว้ขอเขมาบวชให้กู 1
พรรษานตบไหลต้อมบอกฉันญสิไม่งั้นเขาไม่
บ่อยนะกำลังุ่นเขตมีลุงคนหนึ่งปั่น
จักรยานมาจอดแกถามไอ้หนุ่มลงไปทำอะไรกัน
ตรงนั้นก็บอกเมื่อวานผมจอดรถลงมาเยี่ยวแก
ถกใจบอกอย่าบอกนะว่าต้องสาร
นี่หลายปีก่อนมีผู้หญิงรถชนตายหงตรงนี้
เหมือนเขาไม่ไปไหนคนเห็นบ่อยจนต้องสร้าง
สรรค์ให้ถึงค่อยสงบลงพอได้ฟังลุงบอกแบบ
นั้นต้อมหันไปที่ศาลยกมือไหว้พูดออกมาว่า
ผมขอโทษในสิ่งที่ผมทำขอให้ผมได้เที่ยวพัก
ผ่อนก่อนเมื่อกลับไปผมจะบวชะอุทิศบุญให้
คุณตลอด 1 พรรษาครับผม
สัญญาหลังจากไปขึ้นรถถามว่าสาวๆเป็นอะไร
แดดร้อนหรือเปล่าเรีบมาขึ้นรถกันเร็วจัง
เดี๋ยวบอกว่าไม่ไหวไม่ไหวนัดกมือเธอถาม
ทำไมล่ะออยจึงบอกว่าตอนเขา 2 คนไปยืนข้าง
กันหน้าว่าหลังเล็กคล้ายสารข้างหน้ามีผู้
หญิงคนหนึ่งยืนอยู่เธอหันหลังให้แต่เสื้อ
ผ้าของเธอขาดหมดมีคราบดำที่น่าจะเป็น
เลือดแห้งแล้วติดตามแขนและขาทันใดนั้นหัว
ของเธอก็หักพับมาข้างหลังตาเบิกพงและใญ่
ยิ้มให้เท่านั้นล่ะรือว่าไม่ใช่คนแน่
เรียบพากันไปขึ้นรถดีกว่าพอหลังจากนั้นก็
ไม่เจอเรื่องแปลกๆอีกเลยแต่เหมือนต้อมจะ
ลืมสัญญากลับมาทำงานได้อาทิตย์หนึ่งพี่
สาวที่ทำงานท่างเับมาตอนเที่ยงคืนบอกเจอ
ผู้หญิงมายืนรอหน้าบ้านทุกคืนพอเอารถเข้า
บ้านจอดแล้วออกมาดูก็ไม่เจอ
แล้วจนวันนั้นมาถึงพี่สาวตั้มกับมาราว
เที่ยงคืนเจอผู้หญิงคนเดิมคราวนี้พี่สารถ
ไปจอดออกมาตรงรั้วเจอผู้หญิงคนนี้เลยทำ
ถามว่ามาหาใครคะแต่ภาพที่เห็นเหมือนกับผม
ยาวมาปิดครึงหน้าปากของเธอก็บวมเธอชี้ไป
หน้าต่างห้องต้อมชชั้น 2 แล้วก็พูดว่ากู
มาทวงสัญญาของ
กูแต่ตอนเธอพูดเลือดมันทะลักออกจากปากออก
จมูกแล้วลมพัดผมที่ิดหน้าซีกนั้นให้เห็น
หน้าที่เหลไม่มีลูกตาเท่านั้นล่ะพี่สาว
กีดร้องแลภาพตัดไปเลยพอได้สติในบ้านเลย
เล่าให้ทุกคนฟังตมรู้สึกผิดที่ลืมสัญญา
เลยเวลาออกจากงานแล้วไปบวชในอีก 3 วันต่อ
มาอุทิศบุญให้เธอตลอดพรรษาที่คครางผ้า
เหลืองอยู่จนสึกออกมาก็ไม่มีใครเจอเธออีก
เลยจนทุกวันนี้คิดว่าเธอคงได้รับบุญและ
ให้อภัยเขา
แล้วการไปเที่ยวต่างที่ต่างถิ่นเป็นการ
เปิดหูเปิดตาเปลี่ยนบรรยากาศแต่ควรอยู่ใน
ขอบเขตและความเหมาะสมสิ่งใดไม่ควรทำอย่า
ทำสิ่งใดไม่ควรพูดอย่าพูดสิ่งใดคนพื้นที่
คนเฒ่าคนแก่เตือนก็ฟังไว้บ้างแล้วคุณจะ
เที่ยวได้อย่างสบายใจแต่ถ้าคุณเจอเรื่อง
แบบนี้แปลว่าดวงคุณจะต้องเจอแล้วเท่า
นั้นเรื่องราวก็มีเท่านี้ครับวิญญาณที่
กาญจนบุรีขอบพระคุณ
ครับอ
[เพลง]
Can't find what you're looking for?
Get subtitles in any language from opensubtitles.com, and translate them here.