All language subtitles for Let the Child Be the Guide.2017.WEBRip.iTunes.th-Thai

af Afrikaans
ak Akan
sq Albanian
am Amharic
ar Arabic
hy Armenian
az Azerbaijani
eu Basque
be Belarusian
bem Bemba
bn Bengali
bh Bihari
bs Bosnian
br Breton
bg Bulgarian
km Cambodian
ca Catalan
ceb Cebuano
chr Cherokee
ny Chichewa
zh-CN Chinese (Simplified)
zh-TW Chinese (Traditional)
co Corsican
hr Croatian
cs Czech
da Danish
nl Dutch
en English
eo Esperanto
et Estonian
ee Ewe
fo Faroese
tl Filipino
fi Finnish
fr French
fy Frisian
gaa Ga
gl Galician
ka Georgian
de German
gn Guarani
gu Gujarati
ht Haitian Creole
ha Hausa
haw Hawaiian
iw Hebrew
hi Hindi
hmn Hmong
hu Hungarian
is Icelandic
ig Igbo
id Indonesian
ia Interlingua
ga Irish
it Italian
ja Japanese
jw Javanese
kn Kannada
kk Kazakh
rw Kinyarwanda
rn Kirundi
kg Kongo
ko Korean
kri Krio (Sierra Leone)
ku Kurdish
ckb Kurdish (Soranî)
ky Kyrgyz
lo Laothian
la Latin
lv Latvian
ln Lingala
lt Lithuanian
loz Lozi
lg Luganda
ach Luo
lb Luxembourgish
mk Macedonian
mg Malagasy
ms Malay
ml Malayalam
mt Maltese
mi Maori
mr Marathi
mfe Mauritian Creole
mo Moldavian
mn Mongolian
my Myanmar (Burmese)
sr-ME Montenegrin
ne Nepali
pcm Nigerian Pidgin
nso Northern Sotho
no Norwegian
nn Norwegian (Nynorsk)
oc Occitan
or Oriya
om Oromo
ps Pashto
fa Persian
pl Polish
pt-BR Portuguese (Brazil)
pt Portuguese (Portugal)
pa Punjabi
qu Quechua
ro Romanian
rm Romansh
nyn Runyakitara
ru Russian
sm Samoan
gd Scots Gaelic
sr Serbian
sh Serbo-Croatian
st Sesotho
tn Setswana
crs Seychellois Creole
sn Shona
sd Sindhi
si Sinhalese
sk Slovak
sl Slovenian
so Somali
es Spanish Download
es-419 Spanish (Latin American)
su Sundanese
sw Swahili
sv Swedish
tg Tajik
ta Tamil
tt Tatar
te Telugu
th Thai
ti Tigrinya
to Tonga
lua Tshiluba
tum Tumbuka
tr Turkish
tk Turkmen
tw Twi
ug Uighur
uk Ukrainian
ur Urdu
uz Uzbek
vi Vietnamese
cy Welsh
wo Wolof
xh Xhosa
yi Yiddish
yo Yoruba
zu Zulu

Original subtitles

ภาพยนตร์โดย อเล็กซองดร์ มูโร

เมื่อลูกสาวของผมเกิด

ผมหลงรักเธอในทันทีที่เห็น

ผมเฝ้ามองเธอนานหลายชั่วโมง

พยายามไขปริศนาของชีวิตใหม่นี้

ผมสงสัยด้วยว่า

จะรับมือพลังชีวิตน่าทึ่งนี้อย่างไร

จากการเฝ้าสังเกตลูก

ผมได้รู้ว่า

เธอติดใจของเล่นชิ้นไหนที่สุด

ผมคิดสรรหากิจกรรม

น่าสนุกที่สุดให้ลูก

แต่เมื่ออายุ 6 เดือน

เธอก็เลือกเองเป็นแล้ว

แอนา

แอนา

ลูกเข้าหาสิ่งที่สนใจ

นั่นคือบทเรียนแรกของผม

แทนที่จะชี้นำ

ผมควรเคารพธรรมชาติของเธอ

วิธีนี้ได้ผล

โดยไม่มีตัวช่วยใด ๆ

เมื่อเธออายุ 1 ปี

ลูกสาวผมก็ยืนเอง

ช่างดีเหลือเกินที่พึ่งตัวเองได้

แล้วเธอก็เริ่มเดิน

แหม เกือบแล้ว

เธอเริ่มออกพิชิตโลกกว้าง

สำรวจโลกด้วยก้าวย่าง

และเป้าหมายของตนเอง

ผมพบว่าเธอจริงจังมาก

กับกิจกรรมเหล่านี้

เธอไม่ย่อท้อในการแก้ปัญหา

และดูกระตือรือร้นที่สุด

เมื่อเจอเป้าหมายยาก ๆ

การทดลองครั้งเดียวก็มากเกินพอ

ครอบครัวผมโวยวายกับเรื่องนี้ บอกว่าผมเพี้ยนแล้ว

เธออยากลงแล้ว

อยากลงจริงเหรอ

เหตุการณ์นี้รบกวนจิตใจผมมาก

อะไรเป็นอันตรายสำหรับเด็ก

ระหว่างการปล่อย

ให้เขาทำทุกสิ่งด้วยตัวเอง

หรือคิดแทนเขา

ผมได้รู้ว่าคำถามง่าย ๆ ทำนองนี้

คือหัวใจสำคัญของ

การศึกษารูปแบบใหม่

ตามแนวทางของมาเรีย มอนเตสซอรี

เรื่องเริ่มขึ้นในปี 1907 กลางสลัมในโรม

เมื่อมาเรียเปิดบ้านเด็ก

สำหรับเด็กชายและหญิง 50 คน

อายุ 3 ถึง 6 ปี

ในฐานะจิตแพทย์และนักมานุษยวิทยา

เธอสังเกตการเคลื่อนไหว

ตามธรรมชาติของเด็ก

เมื่อทึ่งในสิ่งที่ได้เห็น

เธอจึงออกแบบหลักสูตรการศึกษา

และพยายามปรับปรุง

ส่งเสริมไม่หยุดหย่อน

หนึ่งร้อยปีผ่านไป

เป้าหมายการศึกษาของเธอ

สร้างแรงบันดาลใจ

โรงเรียนที่ยึดแนวทางของเธอ

เปิดสอนอยู่ทั่วโลกทุกวัน

เธอทึ่งกับการค้นพบอะไรบ้าง

เธอมองเด็ก ๆ อย่างไร

เธอฝากอะไรถึงเรา

ที่เป็นพ่อแม่และนักการศึกษา

ปล่อยให้เด็กนำทาง

ภาพยนตร์เรื่องนี้ถ่ายทำที่ โรงเรียนชานดาร์ก เมืองรูแบ ประเทศฝรั่งเศส

ในชั้นเรียนของ คริสตียง มาเรแชล จากเดือนพฤษภาคม ปี 2015 ถึงมิถุนายน ปี 2017

ผมใช้เวลาหนึ่งปี

เยี่ยมชมโรงเรียน

แนวมอนเตสซอรีทั่วฝรั่งเศส

ลูกสาวของผมเข้าโรงเรียนแถวบ้าน

ผมตั้งกล้องไว้ในชั้นเรียนอนุบาล

ของคริสตียง มาเรแชลในเมืองรูแบ

ผมเลือกที่นี่

เพราะยึดแนวทางแบบมอนเตสซอรี

อยากได้ดอกไหน สีแดงเหรอ

- นั่นเหร - ใช่

ได้

มีดอกกุหลาบเยอะเลย

เป็นตาดอกเล็ก ๆ

ยอดอ่อนเหรอ

ตาดอกเล็ก ๆ

มันยังไม่ลืมตา

ดูสิ นี่คือตาดอก

ตรงนี้ด้วย

อันนั้นเล็กมาก

ดูนี่

ตัดตรงนี้

ไม่ใช่ตรงนั้น สูงเกินไป

สิ่งแรกที่ผมประทับใจ

คือกิจกรรมที่ต่อเนื่อง

ทุกคนได้เคลื่อนไหวอย่างอิสระ

แต่ในชั้นเรียนก็เงียบสงบ

ผมเฝ้าสังเกตตามแนวทาง

ของมอนเตสซอรี

วิธีการที่เด็กทำสิ่งต่าง ๆ

ทำให้ค้นพบสิ่งใหม่ ๆ ไม่ขาดสาย

สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเราคือมนุษย์

ที่เราไม่ควรมองว่าไร้พลังอีกต่อไป

ศักดิ์ศรีของเขาปรากฏชัดต่อหน้าเรา

เมื่อเรามองเขา

ในฐานะผู้ก่อร่างสติปัญญาของตนเอง

เป็นสิ่งมีชีวิตที่นำทางโดยครูภายใน

สนุกสนานและมีความสุข

ในการก่อรูปเป็นสิ่งอัศจรรย์

ที่เรียกว่ามนุษย์

ฉันจะตัด

เธอหยิบเปลือกแข็งออกนะ

ได้

ตัดไม่ไหวเหรอ

เดี๋ยวนะ เพราะว่า...

ได้แล้ว

ฉันตัดดอกไม้ต้นใหญ่ ๆ ประจำ

รู้มั้ย การองซ์

เด็กกระตือรือร้นสังเกตทุกสิ่งรอบตัว

แต่สนใจการกระทำ

ของผู้ใหญ่เป็นพิเศษ

เด็กอยากเข้าใจ

และเลียนแบบการกระทำนั้น

ขณะที่เด็กโตขึ้นในลักษณะนี้

เขากลายเป็นมนุษย์

ท่ามกลางสภาพแวดล้อม

เมื่อเห็นเด็ก ๆ ลงแรงเคลื่อนไหวจริงจัง

ทำซ้ำกิจกรรมเดิมครั้งแล้วครั้งเล่า

ผมก็คิดถึงคำเตือน

ของมอนเตสซอรีที่ว่า

"จำไว้ว่า

เด็กไม่ใช่ผู้ใหญ่ตัวเล็ก"

ผู้ใหญ่พยายามทำทุกอย่าง

โดยออกแรงน้อยที่สุด

หาคนอื่นมาทำแทนเพื่อประหยัดเวลา

ตรงกันข้ามกับเด็ก

เด็กลงแรงเพื่อพัฒนาศักยภาพของตน

เด็กที่กำลังเติบโต

ต้องเคลื่อนไหวเป็นประจำ

การมอง การคิด การใช้เหตุผล

เขาต้องลงมือทำ

ธรรมชาติของเด็ก

มักจะอดใจไม่ไหวกับการงาน

เมื่อผมสังเกตเห็นปรากฏการณ์นี้

ผมแปลกใจและไม่อยากจะเชื่อ

ซึ่งทำให้ผมคิดและสงสัย

ผมใคร่ครวญอยู่นานจนแน่ใจ

การชอบทำงานเป็นธรรมชาติของเด็ก

และเป็นธรรมชาติของมนุษย์

สิบสอง

หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า

หก เจ็ด แปด เก้า สิบ สิบเอ็ด สิบสอง

สิบสองลบเจ็ด

เราได้รู้ความจริงน่าสนใจอีกเรื่องหนึ่ง

ยากมากที่เด็กจะจดจ่อกับคำพูด

แต่จดจ่อกับสิ่งของได้ง่ายมาก

อาจเป็นของเล่นสวยงาม ภาพดึงดูดใจ

และแน่นอนว่าเรื่องเล่าแสนสนุก

เร้าความสนใจของเด็กได้

แต่ถ้าเด็กทำได้แค่มองหรือฟังเฉย ๆ

เขาจะสนใจผิวเผิน

และเลิกสนใจอย่างรวดเร็ว

ทักษะการใช้มือของมนุษย์

เชื่อมโยงกับการพัฒนาของสมอง

และของอารยธรรมมนุษย์

มือของเราถ่ายทอดความคิด

มนุษย์ทิ้งร่องรอยงานฝีมือของตนเอง

แทบจะตั้งแต่มีมนุษย์

ปรากฏขึ้นบนโลก

เด็กบางคน เช่น เชอโรด์ วัย 4 ปี

ใช้เวลาสำรวจห้องเรียนทุกวัน

นอกจากสนุกกับการเดินเล่นแล้ว

เขายังสนุกกับการเรียนรู้โดยดูคนอื่น

เด็กเล็กไม่รู้จักความอิจฉา

พวกเขาไม่รู้สึกแย่

ที่เด็กโตรู้เยอะกว่า

เขารู้ว่าจะทำได้เหมือนกัน

เมื่อตัวใหญ่ขึ้น

เด็ก ๆ รักและชื่นชมกันจากใจจริง

อยากแตะมั้ย

มือไม่พองหรอก

ลองแตะสิ

โอ๊ะ ร้อนนิดหน่อย

ชั้นนี้มีเด็กวัย 2 ปีครึ่ง

ถึง 6 ปีรวม 28 คน

ผมค่อย ๆ รู้จักนิสัยของเด็กแต่ละคน

ทุกวันผมได้เห็นเหตุการณ์เล็ก ๆ

น่าประทับใจ

เห็นทักษะการขัดเกลาทางสังคม

ที่น่าพอใจ

ผมเข้าใจแล้วว่า

ทำไมมาเรีย มอนเตสซอรีจึงส่งเสริม

แนวคิดการเรียนรวมกลุ่มเด็กต่างวัย

ชั้นเรียนจะยิ่งยอดเยี่ยม

เมื่อสังคมในชั้นยอดเยี่ยม

ชีวิตทางสังคมมีเสน่ห์ตรงที่...

เราได้พบคนที่แตกต่างหลากหลาย

เมื่อเราเฝ้ามองเด็ก ๆ โดยไม่แทรกแซง

เราจะเห็นบางอย่างที่แปลกมาก

เด็ก ๆ ไม่ช่วยเหลือกันแบบที่ผู้ใหญ่ทำ

เด็กช่วยเหลือกันเมื่อจำเป็นเท่านั้น

แสดงให้เห็นชัดว่า

พวกเขารู้เองว่าต้องเคารพกัน

เพราะเด็กไม่อยากให้ใครช่วย

โดยไม่จำเป็น

มีลูกท้อเยอะเลย

มีเชอร์รีด้วย

มันสุกมาก

สุกมากเลยหั่นไม่ได้

ผมเข้าใจดีที่ผู้ใหญ่อย่างเรา

อดใจไม่ไหว

ที่จะเข้าไปทำแทนเด็ก

เข้าไปให้คำแนะนำ

ช่วยพวกเขาให้ทำสิ่งต่าง ๆ

ได้เร็วหรือดีขึ้น

เพราะเรามีความหวังดี

อาชีล

อาชีล

เธอคิดว่าสวยมั้ย

สวย

สวย

เธอช่วย...

หยิบ "มุมฉาบ" ให้หน่อยสิ

- "มุมฉาบ" เหรอ - ใช่ "มุมฉาบ"

ใช่ แต่เดี๋ยวนะเชอโรด์

เอาดอกไม้อันนี้กลับไป

แล้วเอามุมฉาบมา

ขอบใจ...ไม่ใช่ ฉันอยากได้มุมฉาบ

- มันลอยหรือจม - เอ...

- มัน... - จม

ลอย

นั่นแหละมุมฉาบ

ทำไมหยิบอันเก่ามาล่ะ

จะบอกให้นะ นี่คือมุมฉาบ

มุมฉาบคืออะไรรู้มั้ย เหมือนประตู

เด็กแทบไม่สนใจว่าคนอื่นรู้อะไร

เด็กอยากเรียนรู้โลกด้วยตัวเอง

พยายามเข้าใจโลกด้วยตนเอง

เราต้องปล่อยให้เขาทำ

เพราะเขาจะใช้ชีวิตได้ดี

เมื่อพึ่งตัวเองได้

จากการศึกษามอนเตสซอรี

และสังเกตเด็ก ๆ

ผมก็พบคำตอบที่อยากรู้

การเคารพนับถือเด็ก

หมายถึงสนับสนุนให้เขาพึ่งตนเอง

ไม่อย่างนั้น

เท่ากับชะลอพัฒนาการของเด็ก

และบั่นทอนความมั่นใจของเขา

เราทำให้เด็กพึ่งพาเรา

เราอยากเป็นผู้ใหญ่แบบนั้นหรือ

การปล่อยให้เด็กทดลอง

และค้นพบศักยภาพของตน

พิสูจน์ให้เห็นว่าเรารัก

และเชื่อมั่นในตัวเขา

สามสิบห้า

ฟินแลนด์ ตุรกี

ฟินแลนด์

ผมแปลกใจกับวิธีแก้ปัญหาของเด็ก

พวกเขามุ่งมั่น

จะแก้ปัญหาให้ได้

ยอมรับความท้าทาย

และทุ่มเทซ้ำเป็นสองเท่า

พวกเขาจัดการเรื่องยาก ๆ ได้

ผมเข้าใจแล้วว่า

เรามักประเมินเด็ก ๆ ต่ำเกินไป

ฉันไม่อ่าน "เคราน้ำเงิน"

ให้เธอฟังหรอก

ติตวน

หนังสือเยอะแยะ

อยากอ่านให้หมดเลย

...มีพลังวิเศษ

เธอเสกหิมะได้

ถ้าเธอแตะอะไร

มันจะกลายเป็นน้ำแข็ง

แอนนารักเธอ

แต่ละคนมีจังหวะเฉพาะตน

รูปร่างของเด็กก็เช่นกัน

คนเราไม่อาจเปลี่ยนแปลงสิ่งนั้น

โดยไม่เจ็บปวด

"เบอะ"

เริ่มตรงนี้

- "บา" - "เบอะ"

ไม่ใช่ ต้อง "เบอะ"

นี่ มีตรงนี้หนึ่งตัวแล้ว

"เอส"

"เอ็ม"

เหมือนคำว่า "มัม" "แม็ป"

หอยทาก

ไม่ใช่

ไม่ใช่ "หอยทาก"

เธอยังเด็กเกินไปที่จะเรียนตัวหนังสือ

ทำขนมให้เรา

ตูดุกเข้าไปในกระท่อม

เขาแปลกใจมาก

หลุยส์วัย 3 ปีครึ่ง หลงใหลตัวอักษร

เมื่ออายุราว 4 ปี เด็กทุกคนจะเข้าสู่

ช่วงเรียนรู้ไวกับภาษาเขียน

เด็กจะตั้งใจและ

เรียนภาษาเขียนได้ง่าย

เป็นช่วงเรียนรู้หัดอ่านได้ไว

ถ้าหัดหลังจากนี้

พ้นช่วงกระตือรือร้นตามธรรมชาติ

เด็กจะเรียนรู้ยากขึ้น

เราเคยทำตัวนั้น

ฉันจะทำตัวนี้

แบบนี้

เด็กไม่ได้หัดพูด

เหมือนผู้ใหญ่เรียนภาษาต่างประเทศ

ผู้ใหญ่ไม่มีทางเลือก

นอกจากท่องจำไวยากรณ์

โดยไม่ได้เข้าใจถ่องแท้

สวยจัง

ฉันว่าฉันจะใช้...

เดี๋ยวนะ ตัวที่มีหนึ่งจุด

ส่วนเด็กช่วง 7 ปีแรก

ซึมซับโครงสร้างภาษาได้ตามธรรมชาติ

ซึมซับโทนเสียงที่แตกต่างเล็ก ๆ น้อย ๆ

เท็ดดีกำลังยิ้ม

เท็ดดีกำลังยิ้ม

กว้างมาก

สภาวะจิตไร้สำนึกของเด็กเล็ก

มีความคิดสร้างสรรค์ตามธรรมชาติ

ซึ่งเราเรียกว่า "จิตซึมซับ"

จิตซึมซับไม่ใช่สิ่งที่สร้างขึ้นได้

แต่เป็นไปตาม

สัญชาตญาณรักการเรียนรู้

ซึ่งเราเรียกว่า "ช่วงเรียนรู้ไว"

เพราะสภาวะเรียนรู้ไวนี้เกิดขึ้นช่วงสั้น ๆ

และจบลงตามธรรมชาติเมื่อพ้นวัย

ในหัวใจของเขา

เขาเห็นภาพขั้วโลกเหนือที่อยู่แสนไกล

เห็นภาพแม่ที่เขาซุกหาไออุ่นเสมอ

ก่อนนอน

ห้องสมุด

ตอนนี้ผมเข้าใจความสำคัญ

ของช่วงเรียนรู้ไวแล้ว

นี่คือช่วงเวลาหลักของชีวิต

ชักชวนให้เราปรับเปลี่ยน

กระบวนทัศน์การศึกษา

ให้เริ่มที่ตัวตนของเด็ก

ไม่ใช่ยึดตามหลักสูตรใด ๆ

ผมสังเกตได้ว่าเด็กบางคน

หลังจากอยู่เฉยนานหลายเดือน

จู่ ๆ ก็ลุกขึ้นมาทำงานแถมเรียนรู้ไว

เราต้องเชื่อมั่นในตัวเด็กทุกคน

ไม่ว่าเขามีพัฒนาการเร็วหรือช้า

เชอโรด์มีเวลาเต็มที่

ที่จะเลือกงานของตน

เขาสนใจสิ่งใดที่สุดนะ

การงานที่ปลุกเร้าความสนใจ

และทำให้เด็กกระตือรือร้น

คือการงานที่ต้องการความแม่นยำที่สุด

ยิ่งยากเท่าไร

เด็กยิ่งกระตือรือร้นเท่านั้น

ไม่มีครูคนใด

หรือกลยุทธ์หลอกล่อใด ๆ

ทำให้เด็กสนใจขนาดนั้นได้

พิสูจน์แล้วว่า

เด็กมีความอยากรู้อยู่แต่เดิม

พลังในการจดจ่อของสิ่งมีชีวิตวัย 3-4 ปี

พบได้ในมนุษย์ที่มีปัญญาเท่านั้น

เมื่อสังเกตเห็นพลังจดจ่อตามธรรมชาติ

มอนเตสซอรี

จึงวางแนวการสอนอิงตามนั้น

การเคลื่อนไหว

คือหัวใจสำคัญที่ทำให้เด็กมีสมาธิ

เด็กจดจ่อกับสิ่งเดียวไม่ได้

เพราะมีสิ่งน่าสนใจมากมาย

คำพูดก็เช่นกัน

แต่เด็กจดจ่อกับการเคลื่อนไหว

เพราะเขาลงแรงทั้งกายและใจ

สาม สี่

มาเรีย มอนเตสซอรีเห็นศักยภาพนี้

หนึ่งร้อยปี

กว่านักประสาทวิทยาศาสตร์จะพิสูจน์

เธอรู้ว่าสมาธิคือรากฐานของการเรียนรู้

และของการพัฒนาศักยภาพ

จากการสังเกตและทดลอง

เธอค้นพบว่า

จะกระตุ้นให้เด็กจดจ่อได้

เราต้องมอบอิสระให้เด็ก

ได้เลือกทำกิจกรรมต่าง ๆ

และทำซ้ำได้ตามที่ต้องการ

สิ่งแรกที่เด็กได้รับคือความรู้

จากนั้นเด็กจะสนุกกับการฝึกฝนซ้ำ ๆ

เห็นได้ชัดว่าเด็กพอใจ

เมื่อได้ทำสิ่งที่เรียนรู้ซ้ำ ๆ

เหมือนตอนเราจะดับกระหาย

แค่จิบน้ำย่อมไม่พอ

แต่ต้องดื่มจนหมดแก้ว

เด็กต้องได้ตอบสนอง

ความกระหายภายในของตน

จึงน่าเสียดายที่หลายโรงเรียน

ครูกลับบอกนักเรียนว่า

"ไม่ พอแล้ว เธอทำเป็นแล้ว"

สำหรับเด็ก การจดจ่อคือการพิชิต

ขณะผมถ่ายทำ

ผมพยายามไม่รบกวนเด็ก ๆ

ผมพลาดจนได้

เชอโรด์ผู้ไม่ยอมให้เด็กคนไหน

แม้แต่ผู้ใหญ่

หรือเวลาเล่นมาหันเหสมาธิได้

เขาตัดกระดาษมา 20 นาทีแล้ว

เขาอยากได้ผลงานที่สมบูรณ์แบบ

ห้า หก

เจ็ด แปด

และเก้า

หยุดนะ

หยุดนะเฟลิกซ์

ไม่ใช่งานของเธอ

นี่งานของฉัน

ชาร์ลีผู้กำลังแน่วแน่คนนี้

จะจดจ่อตลอดรอดฝั่งมั้ยนะ

เลอะเทอะหมดแล้วชาร์ลี

การรบกวนเด็กระหว่างจดจ่อกับงาน

อาจทำให้เขาทิ้งงานนั้น

ชาร์ลี

ฉันมีสิบอัน

เสร็จแล้วฉันจะต่อกับเธอนะ

เธอดูได้

ใช่ แต่เอามือไว้ข้างหลัง

ขอบใจ

ห้ามพูดนะ

ฉันใช้หมดแล้ว

ไม่ ๆ นี่คืองานของเรา

ใช่ เธอช่วยเราเยอะเลยเฟลิกซ์

เธอใจดีจังที่ช่วยเรา

ใจดีมากเลย

ไม่นะ ฉันทำเอง

ฉันทำเองเพราะมันพังง่าย

ไม่นะ ฉันทำเอง

ไม่ ฉันทำเอง

ขอบใจนะ ขอบใจ

เสร็จแล้ว

เอาอีก

อีกหนนะ

ผมหาวิธีสร้างเงื่อนไข

เอื้อให้เด็กทำทุกอย่างตามธรรมชาติ

แต่บ่อยครั้ง

เราพยายามกระตุ้น

ให้เด็กเป็นตามใจเรา

เราสนใจการศึกษาสภาพเงื่อนไขเหล่านี้

เดี๋ยวเรามาทำแผนที่อีกนะ

ประเมินจากที่ผมเห็น

เด็กเหล่านี้มีความสุข

และเรียนรู้ได้มากมาย

ในบรรยากาศที่ให้อิสระ

ที่ทางของผู้ใหญ่อยู่ตรงไหนหร่ือ

ในกระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเองนี้

ปล่อยหัวลง

โน้มไปข้างหน้าช้า ๆ

เริ่มเอียงหัวไปด้านข้าง

แล้วแหงนไปข้างหลัง

จากนั้นเอียงหัวไปอีกข้าง

จากนั้น...

สุดท้าย...

โน้มไปข้างหน้า

ตั้งหัวให้ตรง

การแก้ปัญหาด้านการศึกษา

ไม่ได้เริ่มที่เด็ก

แต่ต้องเริ่มที่นักการศึกษา

ครูต้องสลัดทิ้งทัศนะค่านิยมเดิม

ไม่ยัดเยียดกิจกรรมของตน

แต่กระตุ้นให้เกิดจากตัวเด็ก

รู้จักเป็นผู้ชมเพื่อให้เด็กเป็นผู้ทำ

แทนที่จะทะนงตนว่าเป็นครูที่เด็กพึ่งพา

ครูต้องอ่อนน้อมถ่อมตน

ขั้นต่อไปจากนี้คือ

เตรียมสภาพแวดล้อมที่ปลอดอุปสรรค

ปรับให้เข้ากับชีวิตเด็ก

เราเรียกสภาพแวดล้อมแบบนี้

ว่าบ้านเด็ก

พื้นที่นี้ต้องสวยงามและปลอดภัย

เพราะความสวยงาม

เชื้อเชิญให้เกิดกิจกรรม

และการงาน

ในนี้จะจัดวางอุปกรณ์การเรียนการสอน

เพื่อพัฒนาสติปัญญาของเด็ก

และมีสิ่งจำเป็น

สำหรับชีวิตครอบครัวขนาดย่อม

ของทุกชิ้นเชิญชวนให้ทำกิจกรรม

และทำงานเลียนแบบชีวิตจริด้วยเป้าหมายจริง

ด้วยเป้าหมายจริง

อุปกรณ์มีจำนวนจำกัดและจัดเรียบร้อย

เพื่อกระตุ้นความสนใจและสมาธิ

ไม่ควรมีมากเกินจำเป็น

จนเบี่ยงเบนความสนใจ

เราพร้อมแล้วจ้ะ

- ขอบใจนะ ชาร์ลี - ขอบคุณ

สวัสดีจ้ะกามีล วันนี้สบายดีมั้ย

หนูดูน่ารักมาก

วันนี้คุณพ่อแต่งตัวให้หนูค่ะ

จริงเหรอ ดีจัง

เข้ามาเลยจ้ะ นี่คือบ้านของหนู

สวัสดีจ้ะออกุสต์

สมุดงานของเธอเหรอ

เอาไปเก็บในตู้ของเธอกันนะ

อย่างนั้นแหละ เก็บไว้ก่อน

สวัสดีจ้ะเฟลิกซ์

ดอกไม้สวยมากเลย

สวัสดีจ้ะบาร์ติมี ติดกระดุมด้วยนะ

สวัสดีจ้ะยานิส สบายดีมั้ย

พ่ออยู่ไหน

หลังจากคริสตียงเตรียมห้องแล้ว

ช่างน่ายินดีที่เห็นว่า

เด็ก ๆ ก็เริ่มทำงานของตน

กาแบงให้อาชีลทำเองนะ เขากำลังโต

จริง ๆ นะ นี่คือไข่ต้ม

โดยไม่จำเป็นต้องสัญญาว่าจะให้รางวัล

หรือขู่จะทำโทษ

มาเรีย มอนเตสซอรี

เน้นประเด็นนี้บ่อย ๆ

ด้วยความเชื่อผิด ๆ จากการเรียนการสอน

ผมเคยคิดว่าการปลูกฝัง

ให้เด็กรักการงานและวินัย

จำเป็นต้องเอาอกเอาใจเด็ก

กระตุ้นความโลภ หลงตัวเอง

และเห็นแก่ตัว

ด้วยการมอบรางวัลจูงใจ

เมื่อไรจะได้ผล

ผมจึงทึ่งที่ได้เรียนรู้ว่า

เด็กที่ได้รับอนุญาตให้ศึกษาเอง

ไม่มีความรู้สึกที่ว่านั้น

เราเรียนไปแล้วสองตัวอักษร

ก่อนปิดเทอม

ในระบบการเรียนการสอนของเรา

ครูทำหน้าที่แบบที่คนเป็นแม่ควรทำ

ปกป้องคุ้มครองชีวิตที่กำลังเติบโต

พร้อมตอบคำถาม

และช่วยเหลือเมื่อจำเป็น

ครูปล่อยให้ชีวิตพัฒนาอย่างเสรี

ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย

ครูคริสตียง

ตรงนี้ไม่ยอมเพิ่ม

ที่หนูทำไปไม่ได้ผลค่ะ

พยายามหลายครั้งแล้ว

ครูไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

ครูให้โอกาสเด็ก

พัฒนาศักยภาพภายใน

และเป็นครูของตัวเอง

- ครูทำให้ดูอีกทีดีมั้ย - ดีค่ะ

ครูมีเวลา ครูทำให้ดูได้

แก้วไหนมีน้ำเยอะกว่าจ๊ะ แก้วนี้

- หนูต้องเร็ว เห็นมั้ย - ค่ะ

อย่างนี้เอง

อย่าลืมยกแก้วนี้

ไม่อย่างนั้นไม่ได้ผล

ยกขึ้นสูงแบบนี้

ต้องยกสูง ๆ เห็นมั้ย

ได้แล้ว ดูสิ

ครูจะปล่อยให้หนูทำไปนะ วาเลนทีน

- เอเตียง - เธอไปทำงานสิ

ไปสิ

เอเตียงนั่งตรงนี้ได้มั้ย

ฉันอยากนั่งข้างซิกส์ทีน

ไม่ได้

อุ๊ย

- ตรงนี้เรียบร้อยดีมั้ย - ค่ะ

ทุกคนเตรียมไข่หมดเลย

ควรมีคนเตรียมแคร์รอตบ้าง

ได้ครับผมทำเอง

หนูจะเตรียมแคร์รอตใช่มั้ยซิกส์ทีน

ขอบใจจ้ะ

เราจะให้จูเลียตเตรียมไข่

ไม่เอา หนูอยากเตรียมแคร์รอต

ซิกส์ทีนทำอยู่จ้ะ

ทุกคนมีงานของตัวเองนะ

เธอเอาหัวผักกาดใส่ชามแล้วกัน

ฉันว่าน่าเกลียด

แต่เธอไม่คิดว่าน่าเกลียด

ฉันก็คิดว่าน่าเกลียด

เฟลิกซ์บอกว่าไม่สวยค่ะ

เฟลิกซ์บอกว่าไม่สวยเหรอ

เฟลิกซ์พูดแบบนั้นเหรอ

นี่คือภาพวาดของกามีล

ให้เขาพูดเองว่าสวยหรือเปล่า

มันเป็นภาพของเขา

เขาถามเธอมั้ยว่าสวยหรือไม่สวย

ถ้าอย่างนั้นเธอต้องไม่พูดแบบนั้น

ให้เขาพูดเอง

ถ้าเป็นภาพของเธอ

เราพูดไม่ได้ว่าไม่สวย

แต่ภาพนี้ให้กามีล

ภาพนี้ให้กามีลเหรอ

เธอจะให้เขาเหรอ

ผมถามเขาว่า "อยากได้อะไร"

เขาบอกว่า "ดอกไม้" ผมเลยวาดให้

แต่อย่าพูดว่า

ภาพของเขาสวยหรือไม่สวย

มันคือภาพของเขา เราจะไม่ยุ่งนะ

กามีล หนูคิดว่ายังไง

เป็นยังไง สวยมั้ย

หนูคิดว่าภาพของหนูสวยใช่มั้ย

เอาไปเก็บในตู้ของหนูสิจ๊ะ

นี่จ้ะ

ครูต้องแยกออกว่า

กิจกรรมใดมีประโยชน์เกิดผล

กิจกรรมใดเปลืองพลังงาน

เชอโรด์จำได้มั้ยว่างานนี้คืออะไร

เธอต้องทำอะไรจ๊ะ

เธอต้องทำอะไรนะ ทำให้ดูหน่อยสิ

เราไม่ใช้คลิปพวกนี้แบบนั้น

ทำให้ดูได้มั้ย

ว่าใช้คลิปพวกนี้ทำอะไร

ต้นไม้นี้ไม่มีทางดื่มน้ำหมดหรอก

ทุกคนมีเหมือนกันแล้วใช่มั้ย

แปดเล็กกว่าเก้าหรือเปล่าจ๊ะ

- ค่ะ - ทุกคนมีเจ็ด ที่เหลือคืออะไร

แปด

ฟังจ้ะ

โอลิเวียร์

จูเลียต

จูเลียต

รูปปั้นไม่เดินจ้ะ

เด็ก ๆ ที่ส่งเสียงดังไปหน่อย

ครูขอให้พวกเขาเงียบลงแล้ว

เขาควรรับฟังคำขอร้องนั้น

เพราะเด็กบางคนกำลังทำงานอยู่เงียบ ๆ

ครูอยากขอบคุณพวกเขา

ที่ทำให้เราทำงานได้ดี

ขอบใจจ้ะ

ครูทำงานนี้ให้เธอดูดีมั้ย

วันนี้หมาของเพื่อนบ้าน

เข้ามาในสวนเรา

ใครเข้าไปในสวนเธอนะ

- หมาของเพื่อนบ้าน - หมาหรือแมว

- หมาครับ - แล้วมันทำอะไร

มันมาทักทายเรา

มาทักทายแล้วก็กลับบ้านเหรอ

มันมาเอาลูกบอลแล้วกลับบ้าน

มีผู้หญิงคนหนึ่งเอาลูกบอลมาคืน

เข้าใจแล้วจ้ะ

ครูทำงานนี้ให้เธอดูดีมั้ย

ไม่ดีครับ

เธอไม่อยากดูตอนนี้เหรอ

ไว้ทีหลังเหรอ หรือวันอื่น

- วันอื่นครับ - ได้

ว่ากันว่าเด็กต้องยอมทำตาม

เจตจำนงของผู้ใหญ่

จึงจะพัฒนาเจตจำนงของตนเอง

แต่การทำให้เด็กจำนนและเชื่อฟัง

กลับชะลอพัฒนาการของเด็ก

เป้าหมายของเราคือบ่มเพาะเจตจำนง

ไม่ใช่ทำลาย

สามบวกหนึ่ง

สี่

เจ็ด แปด เก้า สิบ

หน้าที่หลักของครูคือดูแลให้เด็ก

จดจ่อนานขึ้น

ให้เขาจดจ่อกับสิ่งของ

มากกว่าสนใจตัวเอง

ดังนั้นปัญหาไม่ได้อยู่ที่

อุปกรณ์ไหนกระตุ้นความสนใจของเขา

แต่อุปกรณ์ไหนที่ทำให้เขาจดจ่อได้

เมื่อมีสมาธิเท่านั้น เขาจึงก้าวหน้า

และเราได้ผลลัพธ์ที่น่าทึ่ง

การสอนแบบมอนเตสซอรี

อิงหลักสำคัญนี้เอง

การจดจ่อมีสมาธิ

ดวงตาคู่นี้และรอยยิ้มแบบนี้

พยายามบอกอะไร

เป็นปริศนา

หรือนั่นแหละความหมายของภาพ

เราดูภาพนี้ได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เกิดคำถามนับพัน

แต่เราจะไม่มีวันรู้ความลับของศิลปิน

ดูนี่

ภาพนี้ชื่อโมนาลิซา

ผู้หญิงในภาพนี้ก็ชื่อโมนาลิซา

ภาพนี้มีความมหัศจรรย์นิดหน่อย

ดูนะ ครูจะถือไว้ตรงนี้

ผู้หญิงในภาพดูเหมือนกำลังจ้องเธอ

เห็นมั้ย

แต่ถ้าครูถือภาพไว้ตรงนี้

สายตาของเขาก็ขยับมองไปทางนั้น

ได้ยินมั้ย

บทเรียนนี้คือการเรียกความสนใจ

ครูทำอีกทีดีมั้ย

เป็นการแสดงวิธีใช้สิ่งของ

ถ้าสิ่งของนั้นตรงตาม

ความต้องการของเด็ก

และตอบสนองเขาได้

เด็กก็จะสนใจกิจกรรมนี้ได้นาน

และอยากทำซ้ำ

ลองสิ

สำหรับเด็กที่ฝ่าฟันเติบโตเป็นผู้ใหญ่

สิ่งที่น่าสนใจและน่าตื่นเต้นก็คือ

การเอาชนะปัญหา บรรลุเป้าหมาย

ถือไม้ไว้

การใช้อุปกรณ์

ต้องเกิดผลการกระทำน่าพอใจ

ใช่จ้ะ ดีขึ้น

การศึกษาต้องมุ่งหมาย

พัฒนาศักยภาพของมนุษย์

เมื่อเด็กเรียนรู้จากเพื่อน

หรือพี่โตสอนน้อง

ครูต้องไม่แทรกแซง

การตัดสินใจที่เหมาะสมของครู

ยิ่งทำให้เด็กพัฒนามากขึ้น

นั่นคืออะไร

เราเอามันใส่ในหลุม

ใช่

แล้วมันก็โตเร็วขึ้น

เป็นแบบนี้เหรอ

แล้วยังไงล่ะ

ไม่ ๆ ยังไม่เป็นแบบนั้น

เป็นแบบนี้

อันนั้นโตกว่าอีก

มันโตกว่า

แล้วก็นี่ มันโตกว่าอีก

ใช่ อันนั้นโตกว่า

การสอนที่ชัดเจน

และใกล้ชิดเด็กเป็นรายคน

แสดงความทุ่มเทของครู

เพื่อเข้าถึงตัวตนของเด็ก

เพื่อช่วยให้ตัวตนที่กำลังงอกงามนั้น

มีชีวิตด้วยกำลังของตนเองอย่างแท้จริง

เด็กทุกคนต้องการความสนใจ

และความรักจากเรา

เมื่อเราแนะนำเขาให้เรียนรู้สิ่งใหม่

เราต้องจดจ่อกับเขาคนเดียว

เขารู้ว่าในหลายนาทีนี้มีเขาคนเดียว

ไม่มีใครอื่นอีก

รอเดี๋ยวนะ

ครูอยู่กับเชอโรด์ ไปถามเฮเลนจ้ะ

ครูขอเก็บของให้เธอดูนะ

ไม่เอาเหรอ ไม่อยากให้ครูเก็บใช่มั้ย

ทำอีกใช่มั้ย อยากทำอีกเหรอ

อยากให้เราทำต่อใช่มั้ย

ครูขอตอบคำถามเด็กเล็กหน่อยนะ

มีอะไรจ๊ะ

บาร์ติมี ครูกำลังทำงาน

มีคนอื่นที่ทำเรื่องนี้ได้

ครูกำลังทำงาน ขอครูทำงานนะ

ตรงนี้ไม่มีอะไรให้ตัดจ้ะ

ครูมาแล้ว

ครูจะเอาให้ดูว่าอันไหนใหญ่ที่สุด

ก็ได้ค่ะ

มองทางข้างหน้า ไปได้

อเล็กซองด์ คริสตียง เอียน

- เอียนคือพ่อของผม - เอียน ใช่จ้ะ

อเล็กซองด์ คริสตียงและเอียน

ครูขออีกได้มั้ย

นี่ แบ่งกันแล้วนะ

ให้คนอื่นอีกไม่ได้เหรอ

ไม่ได้

จูเลียตเก็บงานของหนูไปจ้ะ

หนึ่งอันของเธอ หนึ่งอันของเธอ

เมื่อเด็กเห็นวิธีทำงานที่ถูกต้องแล้ว

เด็กไม่ต้องการคำแนะนำ

หรือคำสั่งเพิ่ม

เขาทำงานของตนต่อไป

ตามที่เห็นสมควร

โดยปรับตามสถานการณ์

เหมือนที่ผู้ใหญ่อย่างเราทำ

ทีนี้ก็หลักหน่วย

หนึ่งอันของเธอ

หนึ่งอันของเธอ

และหนึ่งอันตรงนี้

เขาก็จะมีหนึ่งพัน...

หนึ่งพันสองร้อยสามสิบเอ็ด

แล้วคนอื่นล่ะ

หนึ่งพันสองร้อยสามสิบเอ็ด

คำตอบคือ

ส่วนแบ่งของแต่ละคนเท่ากัน

เขียนเลย หนึ่งพัน

ในช่องนี้ หนึ่งพัน

สองร้อย

สามสิบ

และหนึ่ง ใช่แล้ว

ดูที่นิ้วของครูนะ

หนูไม่ดูเหรอ

- พร้อมมั้ย - อีกสองนาทีนะคะ

ฟังนะ

"เอฟ"

ทำไมที่สร้อยคอมีสีดำล่ะคะ

ทำไมสร้อยคอของครูมีสีดำ

เมื่อกี้หนูฟังหรือเปล่าจ๊ะ

ได้ยินมั้ยว่าตัวอักษรมีเสียงยังไง

หนูเขียนตัวอักษรได้หรือเปล่า

ทำเลยจ้ะ

คริสตียงไม่อยู่แล้ว

ครูไปไหนแล้ว

ไม่ต้องห่วงจ้ะเดี๋่ยวเขาก็มา

คือตัวอะไร

ไม่ใช่ค่ะ ไม่ใช่

"เอ็กซ์"

"เอ็กซ์" เธอรู้จักเหรอ

วาเลนทีน

ครูจะเขียนให้ดูแล้วหนูลองทำนะ

พร้อมมั้ย

พร้อมหรือเปล่า

ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะค้นพบว่าเด็กคนไหน

สนใจกิจกรรมแบบไหน

เราต้องเชื่อว่า

เด็กทุกคนมีคุณลักษณะซ่อนอยู่

และเปิดใจกว้างเพื่อสังเกตเห็น

ด้วยวิธีนี้เท่านั้น

เราจึงจะประเมินเด็กถูกต้อง

- หลับตาสิ - ได้

- ลืมตา - ครูหลับตาอยู่

- แล้วยังไงต่อจ๊ะ - ลืมตาค่ะ

อุ๊ย หายไปหนึ่งตัว

ลองทายสิคะว่าอะไรหาย

- ครูคิดว่าเป็น... - ใช่

ครูอยากได้...

เร็วสิ เอามาใส่มือครู

หนูคิดว่าอยู่ที่ตัวอักษรนี้

อเล็กซองด์

ผมกับคริสตียงคุยกันเยอะ

เรื่องอุปกรณ์ที่กระตุ้นเด็ก ๆ

และเรื่องพฤติกรรมตามธรรมชาติ

ผมเองก็เริ่มเห็นว่า

พฤติกรรมของเด็ก

น่าทึ่งและชวนค้นหา

ช่วยส่งตัว...

"อืม" แบบในคำว่า "มารีอง"

ตัวนี้ค่ะ

ใช่ ดีจ้ะ

รอเดี๋ยวนะ ครูยังทำงานกับเลอา

ครูยังสนใจงานของเธอไม่ได้เต็มที่

ครูทำงานกับเลอาอยู่จ้ะ

ครูสนใจเลอาอยู่ ไว้ทีหลังนะ

ครูอยากได้ตัวอักษร "อี"

ชาร์ลีสบายใจอยู่ในบ้านเด็กของตน

เธอไม่อยู่เฉย

และหยิบอุปกรณ์ที่เธอไม่รู้จักมาเล่น

เขากำลังไปเที่ยว

ครูบอกไว้ว่ายังไงคะ

นี่ไม่ใช่ของเล่น แต่เอาไว้ทำงาน

เราเก็บของกลับใส่กล่องกันนะ

เธอรู้แล้วว่าในนี้มีอะไร

แต่เราลองทดสอบกัน

ว่าเธอรู้หรือเปล่า

เอาล่ะ

- นี่คืออะไรจ๊ะ - จักรยาน

จักรยาน

มันมีไว้ให้เรา...

มีไว้สำหรับ...

วางไว้บนโต๊ะนะชาร์ลี

แล้วนี่คืออะไรจ๊ะ

- กระเป๋าเดินทาง - กระเป๋าเดินทาง

เด็กทารก

เด็กทารก

- นี่คืออะไรจ๊ะ - เรือ

แม่โดนจับเหรอคะ

ไม่จ้ะ ไม่มีแม่คนไหนโดนจับ

นี่ก็คือเรือ

มันคือเรือโจรสลัด

ฉันแอบมองด้วยตาข้างเดียว

มีบางอย่าง...

เริ่มต้นด้วยเสียงแบบนี้

ชาร์ลีหาคำตอบจากที่ไหนนะ

เริ่มต้นด้วยเสียง "วี"

น่าจะเป็นอะไรชาร์ลี

แมว เป็ด

เป็ดเริ่มด้วย "วี" เหรอ

ได้ยินเสียง "วี" เหรอ

ไม่ใช่ เป็นห่านค่ะ

ห่านเหรอ เริ่มด้วย "วี" เหรอ

เธอต้องการเวลามากกว่านี้

เพื่อทำความเข้าใจ

เธอไม่ได้ทำงาน

เพื่อหาคำตอบที่ถูกต้อง

แต่เพื่อที่เธอ...

จะพัฒนาศักยภาพของตัวเอง

ชาร์ลี

ชาร์ลีวางนี่บนโต๊ะ

ทีนี้ฟังนะ ครูจะถามเรื่องอื่น

ฉันแอบมองด้วยตาข้างหนึ่ง

บางอย่าง...

- เริ่มต้นด้วย... - หนูไม่รู้ค่ะ

ห่านหรือเปล่า

ถ้าเด็กไม่เข้าใจบทเรียนนี้

ครูไม่ควรบอกว่าเขาผิด

เพราะความอยากลงมือทำ

ซึ่งเป็นพื้นฐานของการพัฒนา

อาจหยุดชะงักไปนาน

เดี๋ยวนะ หนูจะให้ครูดู

ชาร์ลี

เราเก็บของลงกล่องกันนะ

เราจะทำงานนี้ต่อวันอื่น

ตกลงนะ เก็บกล่องเข้าที่จ้ะ

ตอนนี้ครูจะเรียก

เด็กชาย

ที่มีชื่อ

ขึ้นต้น

ด้วยเสียง "ติ"

ติตวน

เก่งมากโรซาน

เธอกับติตวนไปแต่งตัวจ้ะ

ทีนี้ครูจะเรียก

เด็กชาย

อะไรจ๊ะ นูร์

เด็กชาย ฟังดี ๆ นะ

ที่มีชื่อลงท้าย

ว่า "กา"

- กาแบง - กาแบงนั่นเอง

ครูคริสตียง หนูปวดฉี่

เตรียมดอกกะหล่ำให้เสร็จก่อน

ทีนี้ครูจะเรียก

เด็กชาย

ที่ชื่อเริ่มต้น

ด้วยเสียง "เอ"

เอเตียง

เอเตียง ไปได้จ้ะซิกส์ทีน

แน่นอนว่าเพื่อให้เกิดกิจกรรม

จะต้องมีอุปกรณ์

ที่กระตุ้นความสนใจด้วย

เช่น มีกรอบไม้

ที่ช่วยเด็ก ๆ หัดติดกระดุม

ร้อยเชือก ผูกปม

อ่างน้ำที่เด็กล้างมือได้เอง

แบบฝึกหัดทั้งหมดนี้

ซึ่งแบ่งระดับตามความยากง่าย

คือการฝึกใช้ชีวิตประจำวัน

ช่วยเด็กพัฒนาการสั่งงานกล้ามเนื้อ

และเสริมสมาธิ

อุปกรณ์กลุ่มประสาทสัมผัสของเรา

มีไว้แนะนำ

ให้เด็กแจกแจงสัมผัสต่าง ๆ

ทั้งสี ลักษณะ เสียง

รูปแบบ ขนาด น้ำหนัก กลิ่น

อุปกรณ์หมวดนี้ช่วยจัดระเบียบสมอง

ขั้นตอนนี้เกิดขึ้นเองอยู่แล้ว

แต่อุปกรณ์ช่วยให้แม่นยำขึ้น

กิจกรรมฝึกประสาทสัมผัส

และการใช้ชีวิตประจำวัน

คือการเตรียมพื้นฐานสำหรับ

การเขียน การอ่านและคณิตศาสตร์

ทุกแบบฝึกหัดของเรา

มีเป้าหมายในตัวเอง

และมีเป้าหมายแฝงด้วย

เพื่อฝึกฝนศักยภาพต่าง ๆ ของเด็ก

เตรียมพร้อมสำหรับอนาคต

อุปกรณ์ที่ทำงานประสานกันทั้งหมดนี้

สอดคล้องตามสิ่งที่เราสอน

ทุกสิ่งที่เราใช้ในโรงเรียน

คือผลจากประสบการณ์

ไม่ใช่แค่ในประเทศใด แต่จากทั่วโลก

และผู้เลือกสิ่งเหล่านี้คือตัวเด็กเอง

โชคดีจังที่เราไม่ได้อยู่ในยุคโบราณ

ในยุคโบราณถ้าเด็กซน

ผู้ใหญ่จะบอกว่า "วางมือลงแบบนี้"

พอเด็กวาง

ผู้ใหญ่ก็ใช้ไม้บรรทัดตีมือ

แล้วก็เป็นรอย

ตามโรงเรียนแบบเก่า

การแก้ไขความผิดพลาด

อาจทำให้เด็กอับอายและกลัว

ผู้ใหญ่ไม่อนุญาตให้เลียนแบบ

และการช่วยเหลือเพื่อน

ที่อ่อนแอกว่าถือว่าผิด

เกือบใช่แล้ว

ต้องทำอย่างนี้

เด็กนักเรียนที่ช่วยเพื่อน

ถือว่ามีความผิด

เพื่อนที่รับความช่วยเหลือก็ผิดเช่นกัน

การคิดแบบนี้

ไม่ช่วยให้มนุษย์ร่วมมือกัน

แต่กลับลดทอนคุณค่าทางศีลธรรม

ฉันจะบอกนะถ้าใช่

โต อู

โต ลู อุ

โตลูอุ

ชานน์

โตลู

- ลาพูล - ลาพูล พูพู

เด็กไม่ต้องใช้อุปกรณ์นั้นเก่งก็ได้

แต่เขาต้องสนใจ

เขาแก้ไขข้อบกพร่องของตน

ด้วยการฝึกทำซ้ำ

หรือด้วยการควบคุม

ไม่ให้อุปกรณ์ผิดพลาด

ถ้าคุณแทรกแซง เข้าไปแก้ไข

หรือแสดงความยินดี

เด็กจะเลิกสนใจ

เลิกอยากแก้ไขข้อบกพร่องของตนเอง

อุปกรณ์นั้นแทนที่

คำสอนปากเปล่าของครู

เด็กจะรู้ความผิดพลาดได้เอง

และเรียนรู้ที่จะแนะนำตนเอง

เมื่อใช้อุปกรณ์นี้เป็นกิจวัตร

เด็กจะมั่นใจในตนเอง

รู้ศักยภาพของตน

เด็กจะพูดได้ว่า

"ฉันไม่สมบูรณ์แบบ ไม่แข็งแกร่ง

แต่ฉันทำสิ่งนี้ได้

ฉันรู้จุดแข็งของตัวเอง

ฉันทำผิดพลาดได้

และแก้ไขเองได้ด้วย

ฉันจึงรู้เส้นทางของฉันเอง"

หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า หก เจ็ด

ชุดอุปกรณ์ประสาทสัมผัสนี้

ออกแบบมาเพื่อฝึกสายตาให้รับรู้มิติ

การควบคุมความผิดพลาดไม่ได้เป็นกลไก

แต่เกิดจากปัญญา

เด็กสังเกตเห็นข้อบกพร่อง

ซึ่งยิ่งง่ายขึ้นเมื่ออุปกรณ์นั้นมีสีเดียว

แตกต่างแค่ขนาด

เมื่อมีอุปกรณ์ เด็กจึงเรียนรู้

ที่จะพัฒนาตนเอง

ผู้ใหญ่รับรู้

ว่าตนค้นพบความลี้ลับแปลกใหม่

และยืนมองอยู่ใกล้ ๆ

เขาจะถ่อมตนเมื่อสังเกตเห็นว่า

"เด็กคนนี้ทำได้หลายอย่าง

โดยไม่มีฉันช่วย

โดยที่ฉันไม่ต้องกระตุ้น"

ครูจะทำอะไรได้อีก

นอกจากเฝ้าสังเกตเด็ก

- ขอฉันช่วยนะ - ไม่ ไว้ทีหลัง

ฉันทำตามใจชอบได้

เพื่อให้เด็กเติบโต

ผู้ใหญ่ต้องลดความเจ้ากี้เจ้าการ

ต้องเริ่มที่การสังเกต

และผลักดันให้ครูทบทวนตัวเอง

นี่ ผิดแล้ว

ต้องวางแบบนี้

ไม่ใช่ วางไปทางเดียวกัน

ต้องข้าง ๆ กัน

วางข้าง ๆ

ข้าง ๆ

วางข้าง ๆ สิ

ไม่ใช่ ไม่ใช่ตอนนี้

ก็ได้ ฉันจะทำอีกที

เราไม่ได้ทำแบบนั้น

คริสตียงเชื่อว่า

วิธีสอนดีที่สุดคือการสังเกต

เว้นระยะห่าง

และพิจารณาการตอบสนองของเด็ก

เขาใช้วิธีนี้เป็นหลัก

เพื่อเก็บข้อมูล

พัฒนาการของเด็กแต่ละคน

การสังเกตนี้เท่านั้น

จึงระบุได้ว่าเด็กคนไหนเข้าช่วงเรียนรู้ไว

ชื่อที่ขึ้นต้นด้วย "เอ" อีกแล้ว

เมื่อเห็นว่าเชอโรด์เริ่มสนใจ

กิจกรรมเรียนภาษา

คริสตียงรู้ว่า

เขาต้องรีบตอบสนองความอยากรู้นี้

และนำเสนอกิจกรรมที่เหมาะสม

เมื่อเท่าทันแรงขับเคลื่อนนี้

ภายในเวลาแค่สองเดือน

เชอโรด์จะพร้อมเริ่มอ่านหนังสือแล้ว

ขอบใจ

สิ่งของที่เริ่มต้นด้วย "เอส"

"ซู" ถังน้ำ

สิ่งของที่ขึ้นต้นด้วย "เค"

"คาเมรา" กล้อง

ลองสิจ๊ะ

นั่นแหละ

เราต้องการตัวอะไรท้ายสุด

"โอ"

"โอ" อีกตัว

แมตทิวดูสิ ทุกคนกำลังทำงาน

ครูที่ประสบความสำเร็จดูจากอะไร

คือการที่ครูบอกได้ว่า

"เด็ก ๆ กำลังทำงาน

เหมือนครูไม่มีตัวตน"

ผมเคยรู้สึกตรงกันข้ามนี้

ผมรู้สึกว่าตัวเองคือผู้สอน

เป็นคนป้อนโปรแกรม

แต่เมื่อเด็กแสดงความมุ่งมั่น

คุณความดีสูงสุดของครูคือ

ช่วยเด็กบรรลุเป้าหมาย

เป็นการตอบสนองเด็กอย่างแท้จริง

มีข้อความถึงคุณเชอโรด์ครับ

(เชอโรด์อ่านเป็นครั้งแรก)

ขอนะครับ

เราวางไว้ตรงนั้นนะ

เราทำต่อดีมั้ย

เราเหลืออะไรนะ อ่าง

หมาจิ้งจอก

- มีดพก - มีดพก

วิทยุ โดมิโน

เอาล่ะ เริ่ม

ครูผู้สอนเด็ก ๆ วัยไม่เกิน 6 ปีรู้ดีว่า

ครูช่วยพัฒนามนุษย์

ในช่วงสำคัญของชีวิต

นี่คือต้นมินต์ ดมสิ

ดมสิ

- ได้กลิ่นมั้ย - ได้

บ่ายนี้เราจะใช้ใบมินต์ชงชา

ครับ

ผมขอดมหน่อยครับ

ได้ จับใบมาดม

ดมเลย

รางวัลครูยอดเยี่ยม

แด่คริสตียง จากวาเลนทีน

ไชโย ครูมีใบรับรองแล้ว

ครูมีใบรับรองที่สวยมาก

ครูเบียทริซด้วยค่ะ

เอาไปให้ครูเองนะ

ขอบใจจ้ะ วาเลนทีน

ฉันจะลงแล้วนะ

ฉันจะจับเธอ

สาม สอง หนึ่ง

หนึ่งปีผ่านไป ปีใหม่เริ่มต้น

ผมถือกล้องไว้ ยังทึ่งเหมือนเคย

ผมดีใจที่เห็นใบหน้าเดิม ๆ

ผมประทับใจเด็กใหม่

ที่เพิ่งมาโรงเรียน

ที่พวกเขาจะเรียนไปอีกหลายปี

จะร้องไห้เหรอจ๊ะปีแยร์

เรามากอดกันนะ

ไม่เป็นไรนะ

การงานของเด็กในช่วงปฐมวัย

ก็เหมือนผู้อพยพเข้าประเทศใหม่

เขาไม่รู้อะไรเลยแม้แต่ภาษา

เธอเคยได้ยินเขาพูดมั้ย

เขาต้องพยายามปรับตัวอย่างหนัก

เพื่อใช้ชีวิตในประเทศนี้

เธอไม่มีเพื่อนเลย วาเลนทีน

เลิกเถียงกัน

ไม่มีใครปรับตัวแทนเขาได้

เขาต้องสังเกต ทำความเข้าใจ

จดจำ ตัดสินใจ

เรียนรู้ภาษาผ่านการขยันฝึกหัด

และประสบการณ์ยาวนาน

- ไม่ได้ยินเสียงเลย - หก เจ็ด

แล้วเด็ก...

หรือผู้อพยพหน้าใหม่ที่ยังอ่อนแอ

องคาพยพยังเติบโตไม่เต็มที่

ในโลกที่แสนซับซ้อน

ซึ่งเขาต้องรีบปรับตัวล่ะ

ไม่ว่าจะเกิดในยุคหิน

หรือในโลกเทคโนโลยีสมัยใหม่

กระบวนการนี้ก็เหมือนเดิม

เด็กจะซึมซับ

จากสภาพแวดล้อมเสมอ

เขาจะยอมรับทุกอย่างง่ายดาย

ไม่อย่างนั้นอ

อารยธรรมคงไม่มีวันก้าวหน้า

ครูมีเรื่องสำคัญจะพูด

พวกเธอจะสอนน้องเล็กสุด

หนูอยู่ตรงกลาง

เพราะน้องเล็กสุดไม่รู้ความ

พวกเขาจะดูพี่ ๆ ทำ

ถ้าน้องเห็นพี่

วิ่งไปทั่วห้องหรือพูดเสียงดัง

น้องก็จะทำแบบเดียวกัน

ถ้าพี่ทำถูกต้อง น้องก็จะทำตาม

ไม่มีอะไรสำคัญสำหรับเด็ก

เท่ากับการได้เรียนรู้อย่างหิวกระหาย

และสำรวจความรู้หลากหลาย

อย่างเต็มที่

นั่น ตรงนั้นกับตรงนั้น

- ก้อนอ้วนใหญ่ - อีกที

- ไม่ - อีกทีนะ

ถ้าเราเริ่มทำงานโดยไม่มีแนวทาง

เราจะล้มเหลว

แต่เด็กเผยความลับให้เรารู้ว่า

ปัญหานั้นคลี่คลายได้

เด็กต้องเรียนรู้ด้วยการลงมือทำเอง

มีอิสระที่จะทำการงานตามต้องการ

และมั่นใจกับสิ่งที่ตนเลือกแล้ว

ดูฉันนะ

ฉันจะทำอีกที

เธอหนีบตัวเองแล้ว เจ็บมั้ย

ได้ดูหรือเปล่า

ธรรมชาติกำหนดสิ่งที่มนุษย์ต้องการ

เพื่อเติบโต

เด็กแสดงความต้องการนั้นตามธรรมชาติ

ดูจากความก้าวหน้า ความสงบ

และความสุขของเด็ก

ดูจากการทุ่มเทจริงจัง

และแน่วแน่กับสิ่งที่เขาเลือก

ลองทำสิ

- อย่างนี้นะ - รู้แล้ว

เธอทำหลายรอบแล้วเชอโรด์

เธอทำหลายรอบ

ขวดไม่แตะกันอย่างนั้นแหละ

เอลิกซ์ยืนอยู่ข้างหน้าต่าง

ในเช้าวันแรก ๆ

เฝ้ามองแม่ของเธอเดินจากไป

ไม่มีใครรบกวนเธอ

เช่นเดียวกับโรแบง ปีแยร์

อาเดล อองตวน

เอลิกซ์เริ่มทำงานเมื่อเธอพร้อม

ผมยังคงเห็นสิ่งที่ทำให้

ผมทึ่งในเด็กแต่ละคน

เห็นความสนใจ

ความกระตือรือร้นกับงาน

ความสนุกที่ได้ทำและสังเกต

อิสระที่จะเลือก

ซึ่งเป็นคุณสมบัติล้ำค่าสำหรับอนาคต

เอาล่ะอาเดล ลองทำเองนะ

ยากนิดหน่อย

สิ่งสำคัญในปัจจุบันคือ

เราควรสลัดทิ้ง

ค่านิยมเดิม ๆ ด้านการศึกษา

และหันมาสังเกต

ธรรมชาติของเด็กอย่างมีหลักการ

และยอมรับสิทธิต่าง ๆ ของเด็กในสังคม

ความบกพร่องเดียวของครู

นอกจากทำร้ายเด็กแล้ว

ยังส่งผลต่อความก้าวหน้าของสังคม

และอารยธรรมด้วย

ครูที่ดีกล่าวว่า

ไม่มี "การสอนแบบมอนเตสซอรี" หรอก

ครูที่ดีไม่ได้ใช้เทคนิคใด

ห้องเรียนคือห้องทดลอง

เมื่อเราสังเกตการณ์

พยายามไม่แทรกแซง ไม่ทำลายสมาธิ

หรือไม่สร้างอุปสรรค

เด็กก็จะสร้างตัวตนได้อย่างราบรื่น

ผมชอบห้องเรียนของครูจัง

ไม่ใช่ห้องของครูคนเดียวนะ

เป็นบ้านของเธอด้วย

เด็กที่สนุกกับการใช้เหตุผล

การสำรวจตามสัญชาตญาณ

จะทำงานของตนอย่างกระตือรือร้น

มีสมาธิแน่วแน่

โดยไม่กลัวการถูกรบกวน

หรือการวิจารณ์

เด็กสร้างตัวตนขึ้นมาในลักษณะนั้น

ทุกวันนี้มีอีกหลายคนนอกจากผม

ที่เห็นว่าช่วงเวลาสำคัญที่สุดของชีวิต

ไม่ใช่มหาวิทยาลัย แต่เป็นช่วงปฐมวัย

ตั้งแต่แรกเกิดถึงวัย 6 ปี

ช่วงเวลานี้คือช่วงก่อเกิดสติปัญญา

ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญของมนุษย์

และเป็นช่วงประสาน

จิตวิญญาณกับร่างกาย

มันอยู่แถวนี้ล่ะ

เมื่อเด็กคุ้นเคยตั้งแต่ยังอายุน้อย

ที่เห็นทุกสิ่งรอบตัวเป็นประโยชน์

ในการสำรวจโลก

เด็กก็จะไม่คิดหวาดระแวง

หรือรังเกียจคนต่างชาติพันธุ์

หรือต่างศาสนา

เด็กที่ถูกเลี้ยงดูมาเช่นนี้

จะมีส่วนช่วยอย่างมาก

ในการสร้างสังคมสงบสุข

ดูนี่สิ

เธอทำยุ่งเลย

ดูสิ

ไม่เป็นไร มีคนชอบฉันจริง ๆ

- จริงนะ - ใคร

เธอน่ะสิ

แล้วเธอชอบมังกรที่ฉันพามามั้ย

ชอบ ฉันชอบมังกรของเธอ

ฉันชอบหัวใจด้วย

เดี๋ยวนะ

เธอทำน้ำส้มคั้นอร่อยจัง ฉันชอบ

ใช่ "ชิ..."

"วาวา ชิวาวา"

ชิวาวาเหรอ

ขอดูหน่อย

"ชิวาวา"

- รู้หรือเปล่าว่าคืออะไร - รู้ หมา

ไม่ใช่ ชิวาวาไม่ใช่หมา

เธอไม่รู้ว่ามันคืออะไร

- รู้สิ มันคือหมา - ไม่ใช่

- ชิวาวาของฉันไม่ใช่หมา - แล้วอะไร

เป็นอะไร

ฉันรู้ว่ามันคืออะไร แต่ไม่บอกหรอก

- มันคือหมา - ไม่ใช่

ชิวาวา ฉันรู้ว่ามันคืออะไร

มันคือหมีพันธุ์หนึ่ง ไม่ใช่หมา

ครูจำไม่ได้

"อี"

ในช่วงหลายปี

ที่ผมเป็นพ่อคนและทำหนัง

ผมเติบโตขึ้นมาก

ลูกสาวของผมก็เช่นกัน

ผมเห็นความแข็งแกร่ง

และศักยภาพของเด็ก

เมื่อพวกเขาไม่ถูกขัดขวาง

นั่นยังไงล่ะ

ครูแพ้แล้ว

ผมหัดควบคุมตัวเอง ไม่แทรกแซง

และรู้จักไว้ใจ

แน่ใจเหรอ เธอรู้อยู่แล้ว

มาดูกันว่าเธอถูกมั้ย ทำต่อเลย

แต่หนทางนี้มีเรื่องท้าทายรายวัน

ผมเชิญชวนทุกคนร่วมทาง

รอบตัวผม

มีการใช้ความรุนแรงกับเด็ก

ผมเห็นความไม่เท่าเทียม

และความขัดแย้ง

ความมากล้นของชีวิตสมัยใหม่

และโลกที่ถูกทำลาย

มาเรีย มอนเตสซอรีเห็นชัดเจน

ตั้งแต่ช่วงนองเลือด

ในครึ่งแรกของศตวรรษที่ 20

เธอเห็นช่องทางปฏิรูปการศึกษา

สารที่เธออยากสื่อมีความหมาย

และจำเป็นยิ่งกว่าเคย

การทำหนังเรื่องนี้

ตอกย้ำสัญชาตญาณของผม

ผมไม่ควรละเลยคำถาม

ที่เกิดขึ้นเมื่อลูกสาวปีนบันได

หรือนั่งชิงช้า

อคติขัดขวางลูกสาวผม

ในการค้นพบดินแดน

และความรู้สำคัญใหม่ ๆ

ที่ส่งผลต่อพัฒนาการ

และทำให้ผมลำบากในอนาคต

มาเรีย มอนเตสซอรีบอกเสมอว่า

เด็กทำเพื่อเราได้มากมาย

ยิ่งกว่าที่เราทำเพื่อเขา

ตรงหน้าผมคือมนุษย์เด็ก

ผมไม่ได้เห็นสิ่งมีชีวิตตัวเล็กไร้พลัง

นอนเหยียดยาว

โดนพันธนาการไร้เรี่ยวแรง

แต่เห็นเด็กที่ยืนตรงหน้ากางแขนกว้าง

ชักชวนให้มนุษยชาติติดตามไป

ผมสัญญาหรือเรียกว่า

ปฏิญาณตนดีกว่า

ว่าจะเป็นผู้ติดตาม

โดยมีเด็กเป็นครูนำทาง

ไหนดูซิมันจะดังมั้ย

ดัง

ยังไม่พังเนอะ

ว้าว มีฟองด้วย

นี่ รออยู่นะ

สายแล้ว สายแล้ว

ดูนี่ฮะ

คุณก็มีกล้องเหมือนกันเลย

บทบรรยายไทย - เพียรพิไล ธรรมลิขิตชัย

Can't find what you're looking for?
Get subtitles in any language from opensubtitles.com, and translate them here.