Afrikaans
Akan
Albanian
Amharic
Arabic
Armenian
Azerbaijani
Basque
Belarusian
Bemba
Bengali
Bihari
Bosnian
Breton
Bulgarian
Cambodian
Catalan
Cebuano
Cherokee
Chichewa
Chinese (Simplified)
Chinese (Traditional)
Corsican
Croatian
Czech
Danish
Dutch
Esperanto
Estonian
Ewe
Faroese
Filipino
Finnish
French
Frisian
Ga
Galician
Georgian
German
Greek
Guarani
Gujarati
Haitian Creole
Hausa
Hawaiian
Hebrew
Hindi
Hmong
Hungarian
Icelandic
Igbo
Indonesian
Interlingua
Irish
Italian
Japanese
Javanese
Kannada
Kazakh
Kinyarwanda
Kirundi
Kongo
Korean
Krio (Sierra Leone)
Kurdish
Kurdish (Soranî)
Kyrgyz
Laothian
Latin
Latvian
Lingala
Lithuanian
Lozi
Luganda
Luo
Luxembourgish
Macedonian
Malagasy
Malay
Malayalam
Maltese
Maori
Marathi
Mauritian Creole
Moldavian
Mongolian
Myanmar (Burmese)
Montenegrin
Nepali
Nigerian Pidgin
Northern Sotho
Norwegian
Norwegian (Nynorsk)
Occitan
Oriya
Oromo
Pashto
Persian
Polish
Portuguese (Brazil)
Portuguese (Portugal)
Punjabi
Quechua
Romanian
Romansh
Runyakitara
Russian
Samoan
Scots Gaelic
Serbian
Serbo-Croatian
Sesotho
Setswana
Seychellois Creole
Shona
Sindhi
Sinhalese
Slovak
Slovenian
Somali
Spanish
Spanish (Latin American)
Sundanese
Swahili
Swedish
Tajik
Tamil
Tatar
Telugu
Thai
Tigrinya
Tonga
Tshiluba
Tumbuka
Turkish
Turkmen
Twi
Uighur
Ukrainian
Urdu
Uzbek
Vietnamese
Welsh
Wolof
Xhosa
Yiddish
Yoruba
Zulu
จากทุกข์สู่ศุกร์ตอนที่ 2 สวัสดีค่ะครู
ทิพย์นะคะในครั้งก่อนดิฉันลาทุกท่านไป
อ่านหนังสือธรรมะเพื่อผู้สูงอายุของ
สมเด็จพระ
พุทธโฆษาจารย์ปอ
ประยุทตโอยืมมาจากวัดญานเวทกวันวันนี้
เป็นโอกาสอันดีที่ดิฉันจะได้นำเนื้อหามา
เล่าให้ทุกท่านฟังค่ะหนังสือเล่มนี้มี
เนื้อหามาก 3 หัวข้อใหญ่ๆที่สำคัญดิฉัน
จึงขอสรุปย่อดังนี้นะคะหัวข้อแรกเกษียณจบ
พบโอกาสใหม่เป็นการให้ความหมายของคำว่า
เกษียณอายุและจะพบโอกาสใหม่ได้อย่างไร
ท่านกล่าวว่าเมื่อไม่ได้ทำงานก็จะมีเวลา
ว่างมากขึ้นจึงควรพัฒนาตนเองให้เข้าถึง
สิ่งที่ดีงามในชีวิตซึ่งพระพุทธเจ้าตรัส
ถึงจุดหมายหรือประโยชน์ที่ชีวิตควรจะมี
อย่างน้อย 3 ขั้นคือขั้นที่ 1 ประโยชน์
ที่ตามองเห็นได้แก่ทรัพย์สินเงินทองการ
พึ่งตนเองได้ทางเศรษฐกิจการยอมรับของ
สังคมการมีร่างกายที่แข็งแรงมีสุขภาพดี
และการมีครอบครัวที่ดีมีความสุขซึ่งทั้ง
หมดนี้ในวัยที่ผ่านมาเราได้ทำได้หามาพอสม
ควรแล้วจึงควรทำประโยชน์ที่เป็นจุดหมาย
สูงต่อไปนั่นคือขั้นที่ 2 ประโยชน์ที่เลย
ตามองเห็นคือการทำชีวิตให้มีคุณค่ามีความ
สุขทางจิตใจด้วยการทำสิ่งที่ดีงามเพื่อ
ประโยชน์แก่ผู้อื่นเช่นการเสียสละบำเพ็ญ
ประโยชน์แก่สังคม
แม้แต่การดูแลบุตรหลานให้เจริญเติบโตเป็น
คนดีก็เป็นหน้าที่ที่ดีต่อสังคมแล้ว
สำหรับขั้นที่ 3 ชีวิตแห่งความเป็นอิสระ
ไม่ผูกพันไม่ยึดติดไม่ถือมั่นไม่ตกอยู่
ใต้อำนาจของกระแสความเปลี่ยนแปลงของโลกมี
จิตใจที่เป็นอิสระด้วยความรู้เท่าทันเห็น
ความจริงด้วยปัญญาว่าสิ่งทั้งหลายเป็น
อนิจจังไม่เที่ยง
มันเปลี่ยนแปลงตามเหตุปัจจัยของมันจะให้
เป็นไปตามใจของเราไม่ได้จะให้มันเป็นไป
อย่างไรก็ต้องทำให้ตรงตามเหตุปัจจัยจะได้
แค่ไหนก็เท่ากับเหตุปัจจัยที่เราทำได้จะ
ไปยึดติดถือมั่นเอาตามที่เราอยากให้เป็น
ไม่ได้เราต้องอยู่กับความเป็นจริงพอวางใจ
ได้เราก็จะโล่งโปร่งสบายไม่เป็นทุกข์
ฉะนั้นตอนนี้ผู้เสียผู้เกษียณอายุมีเวลา
แล้วเป็นโอกาสที่จะได้พัฒนาตนเองให้เข้า
ถึงประโยชน์ทั้ง 3 ขั้นเพื่อความมีจิตใจ
ที่เป็นอิสระไม่เป็นทุกข์ในหัวข้อที่ 2
อายุงานเกษียณแล้วอายุเรายืนยาวต่อไปต่อ
อายุให้ยืนพร้อมด้วยใจกายที่แข็งแรง
ในหนังสือได้กล่าวถึงหลักสำคัญในการทำให้
อายุยืนคือต้องบำเพ็ญอิทธิบาต 4 ซึ่งเรา
เคยเรียนรู้มาว่าเป็นทางแห่งความสำเร็จ
อันประกอบด้วยฉันทะวิริยะจิตตวิมังสาน่า
สนใจที่ว่าทำไมจึงใช้กับการทำให้อายุยืน
ได้ท่านกล่าวว่าคนที่จะมีอายุยืนต้องมี
ฉันทะ
คือมีความพอใจมีความรักในสิ่งที่ดีงามมี
คุณค่าที่อยากจะทำพอนึกอยากจะทำใจเราชอบ
ใจเราจะไม่ห่อเหี่ยวจะคอยกระตุ้นให้เรามี
แรงมีความต้องการที่จะทำในสิ่งที่ดีงาม
ดังเช่นพระพุทธองค์มีฉันทะที่จะทำให้พระ
ศาสนาคงอยู่ก็ทำให้เป็นพลังชีวิตที่จะ
บำเพ็ญพุทธกิจต่อไปดังนั้นตอนนี้ต้องลอง
ดูว่าเรามีอะไรที่จะทำเป็นสิ่งที่ดีงามมี
คุณค่าที่เรารักเราชอบชนิดที่ถ้าไม่ทำงาน
นี้หรือทำงานนี้ไม่สำเร็จจะไม่ยอมตาย
เมื่อมีฉันทะอย่างนี้จิตใจจะสบายไม่เหงา
ไม่ห่อเหี่ยวมุ่งหน้าทำตามที่ใจรักก็จะมี
อายุที่ยืนยาว
วิริยะคือความเพียรพยายามมีกำลังใจที่จะ
สู้คนที่มีอายุมากอาจจะคิดว่าร่างกายอ่อน
แอลงแล้วทำอะไรไม่ค่อยไหวจึงต้องประสาน
กับจิตใจถ้าจิตใจไม่อ่อนแอร่างกายก็แข็ง
แรงได้ใจที่มีกำลังทำให้เกิดความรู้สึก
แข็งแรงได้วิริยะจึงช่วยให้ฉันทะแข็งแรง
จิตตะคือการมีใจที่จดจ่อใส่ใจอยู่กับ
เรื่องที่ทำมีสมาธิเมื่อใจอยู่กับเรื่อง
ที่ต้องการทำเห็นคุณค่าเห็นประโยชน์แล้ว
จิตจะตัดอารมณ์อื่นที่มากระทบออกไปได้ตัด
ได้ง่ายลืมได้ไวพอใจอยู่กับสิ่งที่ทำจะ
สงบแน่วแน่เป็นสุขไม่มีอารมณ์อื่นมารบกวน
จิตใจลมหายหายใจจะประณีตการเผลาผลาญใช้
พลังงานของร่างกายจะน้อยลงก็แก่ช้าลง
สำหรับวิมังสาเป็นเรื่องของการใช้ปัญญา
เริ่มจากการตรวจสอบว่าสิ่งที่เรารักทำไป
นั้นเป็นอย่างไรมีข้อบกพร่องตรงไหนจะแก้
ไขปรับปรุงอย่างไรใช้ปัญญาพิจารณาอย่าง
สม่ำเสมอเป็นปัญญาที่ปลอดโปร่งเกิดความ
สบายเมื่อข้างในตัวเรามีพลังทางเดินข้าง
หน้าแน่ชัดข้างนอกไม่มีอะไรมาขัดขวาง
ชีวิตเราก็ยืน
ยาวหัวข้อสุดท้ายคือถึงเวลาที่จะแน่ใจว่า
ได้เป็นพระพรหมโดยสมบูรณ์เป็นขั้นตอนที่
จะทำให้ชีวิตมีความสุขอย่างแท้จริงซึ่ง
ก่อนที่จะพูดถึงความสุขนั้นท่านได้พูดถึง
การเตรียมความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมทาง
สังคมคือการอยู่ร่วมกับเพื่อนมนุษย์ที่
ต้องใช้หลักธรรมพรหมวิหาร 4 อันได้แก่
เมตตากรุณามุทิตา
อุเบกขาท่านให้ความหมายตามสถานการณ์ดัง
นี้สถานการณ์ที่ 1 กับคนอื่นที่เป็นปกติ
เราพึงมีเมตตาคือความรักความปรารถนาดีมี
ความเป็นมิตร
สถานการณ์ที่ 2 คนอื่นเขาตกต่ำเดือดร้อน
ตกลงไปจากสถานะเดิมเราจึงควรกรุณาคือมีใจ
พลอยหวั่นไหวเมื่อผู้อื่นประสบทุกข์แล้ว
ช่วยเหลือปลดเปลื้องทุกข์ของเขาทำให้เขา
ขึ้นมาสู่ภาวะปกติหายทุกข์สถานการณ์ที่ 3
คนอื่นประสบความสำเร็จทำสิ่งที่ถูกต้องดี
งามน่าชื่นชมมีความก้าวหน้ามีความสุขเรา
ก็มีมุทิตาคือพลอยยินดีเอาใจส่งเสริม
สนับสนุนสถานการณ์ที่ 4 คือในกรณีที่ความ
สัมพันธ์ระหว่างบุคคลส่งผลกระทบเสียหาย
ต่อหลักการแห่งความเป็นธรรมความชอบธรรม
เราจะต้องหยุดข้อที่ 1 2 3 ไว้แล้วย้าย
ไปข้อที่ 4 คืออุเบกขาเพื่อให้เรับผิดชอบ
ต่อความเป็นจริงต่อธรรมต่อหลักการและกฎ
เกณฑ์กติกานั้นๆอันนี้เรียกว่า
อุเบกขาเราจะต้องมีอุเบกขาด้วยจึงจะรักษา
สังคมนี้ไว้ได้มิฉะนั้นสังคมนี้ก็จะปั่น
ป่วน
วุ่นวายผู้เกษียณอายุจึงต้องเป็นพระพรหม
อันสมบูรณ์คือใช้หลักธรรมนี้ในการปฏิบัติ
ต่อบุคคลที่อยู่แวดล้อมตนเองโดยเฉพาะ
กับบุคคลใน
ครอบครัวเมื่อชีวิตยืนยาวแล้วมีความ
สัมพันธ์ที่ดีกับทุกคนแล้วก็น่าจะมีความ
สุขแล้วท่านจึงกล่าวถึงความสุข 5 รูปแบบ
คือ 1 ความสุขจากการเสพวัตถุเมื่อได้มาก
ก็สุขมากเมื่อสุขมากก็เพลิดเพลินกับสุข
นั้นจนถึงขั้นชีวิตขาดวัตถุเหล่านั้นไม่
ได้อยู่อย่างเดิมไม่เป็นสุขแล้วสุขยาก
ขึ้นให้ใช้การรักษาศีล 5 โทษค่ะท่านให้
ใช้การรักษาศีล 8 ในทุกๆ 8 วันเพื่อฝึก
ตัวเองไม่ให้ยึดตึกกับวัตถุจนเกินไป 2
การเจริญคุณธรรมเช่นมีเมตตากรุณาศรัทราก็
ทำให้มีความสุขได้ 3 ความสุขจากการดำเน
ดำเนินชีวิตที่ถูกต้องสอดคล้องกับความ
เป็นจริงของธรรมชาติไม่หลงอยู่กับโลก
สมมติ 4 ความสุขจากความสามารถปรุงแต่ง
เป็นการปรุงแต่งความคิดสร้างสรรค์สิ่ง
ประดิษฐ์ต่างๆที่ทำให้เกิดความเจริญก้าว
หน้าทางเทคโนโลยีมากมายแต่หลายคนมักจะ
ปรุงแต่งในเรื่องที่เป็นผลร้ายต่อตนเอง
เก็บเอาอารมณ์ที่ไม่ดีมาครุ่นคริสต์แล้ว
ปรุงแต่งเป็นเรื่องราวว่าจะเป็นเช่นนั้น
เช่นนี้ที่ไม่ดีทำให้เป็นห่วงกลุ้มใจไม่
สบายใจหากเราสามารถปรุงสภาพจิตใจให้มี
ความร่าเริงเบิกบานอิ่มใจปลื้มใจผ่อนคลาย
สะดวกใจและมีใจที่แน่วแน่ในสมาธิเราก็จะ
ทำให้ทุกข์หมดสิ้นไปได้ 5 ความสุขเหนือ
การปรุงแต่งอยู่ได้ด้วยปัญญารู้เท่าทัน
ความจริงของโลกและชีวิตทำให้วางจิตลงตัว
สบายกับทุกสิ่งเป็นอิสระเป็นความสุขจาก
ข้างในอิ่มไม่ต้องหาจากข้างนอกจึงเป็น
ความสุขที่เป็นคุณสมบัติของชีวิตอยู่ภาย
ในตัวตลอดเวลาไม่ต้องรอไม่ต้องหาอีกต่อไป
เรา 2 คนได้มีโอกาสพูดคุยกันถึงสาระของ
หนังสือเล่มนี้ทำความเข้าใจช่วยกันคิด
ช่วยกันวิเคราะห์ดูว่าชีวิตของเราทำอะไร
มาแล้วบ้างดีงามบกพร่องตรงไหนควรแก้ไขและ
เติมเต็มอย่างไรควรปฏิบัติอย่างไรเพื่อ
ให้เข้าถึงโอกาสในการพัฒนาตนมีชีวิตที่
ยืนยาวเป็นพระพรหมของครอบครัวและมีความ
สุขที่อิ่มอยู่ภายในตัวเองตลอด
เวลาจากทุกข์สู่สุขไปด้วยกันนะคะขอให้ทุก
ท่านมีความสุขค่ะสวัสดีค่ะ
Can't find what you're looking for?
Get subtitles in any language from opensubtitles.com, and translate them here.